เจียงเซี่ยนยิ้มเล็กน้อยอย่างสุภาพและสนิทสนมมาก
หลี่หลินอึ้งไป
หลี่จี้เดินออกมาแล้ว และเรียกหลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนอย่างนอบน้อมว่า “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่”
เจียงเซี่ยนจึงไม่มีเวลาสนใจหลี่หลินเช่นกัน นางยิ้มพลางพยักหน้าให้หลี่จี้
หลังจากนั้นหลี่จวีกับหลี่ตงจื้อก็เดินตามออกมาเช่นกัน
ทุกคนทักทายกันหน้าประตูห้องหลัก และกำลังจะแยกย้ายแล้ว
ทว่าผู้หญิงที่อายุประมาณสี่สิบปีกลับพาพวกหญิงรับใช้เดินมา พอเห็นพวกหลี่เชียน ก็รีบย่อตัวคารวะ
หลี่เชียนแนะนำให้เจียงเซี่ยนรู้จัก “ท่านนี้คือแม่นมเหมียว เมื่อก่อนเคยรับใช้ท่านแม่ ท่านพ่อจึงให้นางดูแลเรือนด้านใน”
ซึ่งก็คือหัวหน้าแม่บ้านของเรือนด้านใน
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางพยักหน้าให้นาง
แม่นมเหมียวรีบเรียกว่า “ท่านหญิง” อย่างเคารพนบนอบ
ฉิงเค่อเข้ามาตกรางวัลให้
แม่นมเหมียวขอบคุณติดกันหลายครั้ง
หลี่เชียนพาเจียงเซี่ยนเดินออกไปข้างนอก โดยไม่ได้ถามแม่นมเหมียวว่ามาทำไม
แม่นมเหมียวยืนอยู่ข้างๆ ใต้ชายคาอย่างนอบน้อม รอให้พวกเขาจากไป
ใครจะรู้ว่าพวกเขายังเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินหลี่ฉางชิงที่อยู่ในเรือนหลักแผดเสียงว่า “เจ้ายังกล้าพูดอีก! เจ้ายังมีหน้าพูดอีก! หากไม่เห็นว่าสะใภ้ใหม่เพิ่งจะแต่งเข้ามา เห็นเจ้าไม่มากินข้าวและถามขึ้นมา ข้ายังต้องอธิบายพักหนึ่ง ข้าก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าออกมาด้วยซ้ำ…”
พวกหลี่หลินมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
แต่หลี่เชียนกลับขมวดคิ้ว สีหน้าเขียวปัด และก้าว