ขุนนาง แม่นมเมิ่งบอกข้าว่า ใต้เท้าสือที่เป็นราชเลขาธิการมายี่สิบปีสมัยฮ่องเต้เซี่ยวจง บ้านอยู่ที่ไห่หนิง ลูกหลานทั้งทำไร่ไถนาและเรียนหนังสือสืบทอดมาหลายรุ่น เป็นขุนนางมาหลายชั่วอายุคน ราชวงศ์ก่อนถึงตอนนี้ แค่ขุนนางใหญ่ที่ปกครองมณฑลต่างๆ ที่เงินเดือนสองพันต้านก็มีหกคนแล้ว เป็นตระกูลใหญ่ของเจียงหนานอย่างแท้จริง ตอนที่ลูกหลานของพวกเขาว่างเคยเล่นทำรายการอาหารเล่มหนึ่ง ในนั้นมีอาหารอย่างหนึ่ง ยัดเนื้อเข้าไปในก้านถั่วงอก แล้วผัด…ข้ารู้สึกว่าอัศจรรย์มาก ไม่เพียงแต่อยากกินอาหารนี้มาตลอด ทว่ายังอยากจัดรายการอาหารออกมาเล่มหนึ่งเหมือนพวกเขาด้วย…”
หลี่เชียนสนับสนุนอย่างเต็มที่ แถมยังเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไว้มีโอกาส พวกเราต้องไปกินอาหารที่ยัดเนื้อไว้ในก้านถั่วงอกนั้นให้ได้”
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางตอบว่า “อือ”
ทั้งสองคนกินไปคุยไป จนเกือบจะพลาดเวลาที่จะไปส่งเจียงลวี่
เจียงเซี่ยนอดไม่ได้ที่จะโทษตนเองว่า “ต่อไปอย่าคุยกันตอนกินข้าวดีกว่า”
หลี่เชียนยิ้มและเอ่ยว่า “เมื่อก่อนครอบครัวของพวกเราจะคุยกันตอนกินข้าว ตอนหลังท่านฝูอวี้พูดหลายครั้ง จนกระทั่งท่านแม่เสียชีวิต ท่านพ่อไม่ค่อยพูดแล้ว นิสัยนี้ถึงจะค่อยๆ เปลี่ยนไป”
เจียงเซี่ยนนึกถึงหลี่จี้น้องชายต่างมารดาของหลี่เชียน
นางอดที่จะเอ่ยอย่างอยากรู้ไม่ได้ว่า “แม่แท้ๆ ของหลี่จี้ก็เสียชีวิตแล้วเหมือนกันหรือ?”
เจียงเซี่ยนไม่เห็นในงานแต่งงาน
หลี่เชียนเอ่ยว่า “อืม” รอ