เข้าไปหรือเปล่า!”
“อาจจะ!” หลี่เชียนก้มหน้าจูบขมับของนาง และเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “ตอนนั้นข้าคิดว่าท่านพ่อก็ทำไม่ถูกเช่นกัน เจ้าไม่รู้ เมื่อก่อนท่านพ่อก็เป็นคนทำการเกษตร ตะโกนพูดเสียงดังจนชินแล้ว เวลานี้เปลี่ยนไปไม่น้อย ทว่าพอวู่วามขึ้นมาก็จะเริ่มแผดเสียงดัง ตอนอยู่ค่ายทหารไม่เป็นไร แต่ตอนนี้อยู่บ้าน พวกเราที่เป็นคนรุ่นหลังยังไม่ไปด้วยซ้ำ…” เขาเอ่ยพลางถอนหายใจและจูบเจียงเซี่ยนอีกครั้ง
เจียงเซี่ยนไม่อยากขยับ จึงปล่อยเขาไป และเอ่ยว่า “ถึงอย่างไรน้องรองก็ยังอายุน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องรีบตอนนี้เช่นกัน เจ้าไปบอกท่านพ่อ น่าจะเลือกอย่างดีได้สักคน”
หากคุณหนูสกุลเหอนิสัยเหมือนกับฮูหยินเหอ นางก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน
ฮูหยินเหอคนเดียวก็พอให้นางปวดศีรษะแล้ว หากมีน้องสะใภ้แบบนี้มาอีกคน นางมีแต่ต้องหลบอยู่ในเรือนตะวันตกและไม่ออกไปแล้ว
นางไม่คิดที่จะรับช่วงต่อจากฮูหยินเหอไปจัดการเรื่องอาหารการกินภายในบ้าน เช่นนั้นก็ต้องหาน้องสะใภ้ที่มีความสามารถมาช่วยสักคนถึงจะใช้ได้
ดูเหมือนนางก็ต้องใช้ความคิดจัดการเรื่องแต่งงานของหลี่จี้เช่นกัน!
เจียงเซี่ยนรู้สึกเหนื่อยใจ
ทว่าหลี่เชียนกลับเหมือนจูบจนเสพติดแล้ว จากขมับมาถึงแก้ม แถมบางครั้งยังจะลงมาใกล้ปากนางด้วย
เจ้าคนสารเลวนี่…
เจียงเซี่ยนหน้าแดงและผลักหลี่เชียนออก “ยังไม่รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก บนตัวมีกลิ่นฝุ่นดิน”
“จริงหรือ?” หลี่เชียนยิ้มพลางมองนาง สายตาแวววาว
ไม่ใ