เขาสนใจ จะต้องตามไปอย่างแน่นอน แต่หากเขาไม่สนใจ ก็ถือว่าเจ้าไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้ก็พอแล้ว”
เพียงแค่หากข่าวแพร่ไปถึงเมืองหลวงก็ขอให้คนของตระกูลเจียงช่วยพูดเท่านั้น ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเรื่องนี้สามารถอ้างได้อย่างสิ้นเชิงว่าเป็นความอับจนหนทางที่ลำบากใจ ข่าวนี้จะแพร่ไปถึงเมืองหลวงได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ปลอบใจตระกูลเซ่าแบบนี้ไปก่อนชั่วคราวก็ไม่เลวเช่นกัน!
หลี่เชียนตัดสินใจแล้วก็ยิ้มและเห็นด้วยกับวิธีของเจียงลวี่
เจียงลวี่ถามรายละเอียดที่ตระกูลหลี่ปล้นตระกูลเซ่าอีกเล็กน้อย ก็ถึงเวลารับประทานอาหารเที่ยงแล้ว
ผู้ชายกับผู้หญิงกินข้าวกันคนละโต๊ะแล้ว เจียงลวี่ก็ไล่หลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนกลับไป “เป่าหนิงแต่งงานมาอยู่ที่ไกล เรือนนี้ก็ยังยืมมา อาหารดีแค่ไหนก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี พรุ่งนี้ข้าจะไปแต่เช้า ยังต้องเก็บของอีก ก็ไม่รั้งพวกเจ้าไว้แล้ว ไว้อีกสักพักพวกเจ้ากลับเมืองหลวง พวกเราค่อยรวมตัวกันที่จวนเจิ้นกั๋วกง ข้าจะพาจงเฉวียนไปเดินเล่นในเมืองหลวงด้วย”
เจียงเซี่ยนมองใบหน้าที่ไม่สนใจของเจียงลวี่ แล้วกลับรู้สึกเศร้าขึ้นมาในทันใด จนน้ำตาไหลพราก
“โธ่เอ๋ย!” เจียงลวี่ขอผ้าเช็ดหน้าจากเด็กรับใช้ข้างกายและยื่นให้เจียงเซี่ยนอย่างไม่เข้าใจ แล้วเอ่ยว่า “เจ้าจะร้องไห้ทำไม? คนที่แต่งด้วยเป็นคนที่เจ้าชอบ ส่วนสินเดิมก็พอให้เจ้ากินไปหลายชาติแล้วเช่นกัน พ่อสามีของเจ้ากลัวว่าเจ้าจะไม่คุ้นเคยกับการอยู่ที่ไท่