นไม่สามารถแบ่งปันกับนางได้
นางกลายเป็นรู้สึกหดหู่ทันที
เรื่องราวในชาติก่อนจะไม่มีคำตอบตลอดไปอย่างนั้นหรือ?
แล้วนางจะแสวงหาความงุนงงเหล่านั้นจากใครได้อีกเล่า?
“นอนเถอะ!” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างเซื่องซึมว่า “ข้าเพียงแค่จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมา จึงกลัวนิดหน่อยเท่านั้น”
นางพูดไปก็หลับตาลงอีกครั้ง
หลี่เชียนมองเจียงเซี่ยน ขนตาที่เรียวยาวและหนาของนางเหมือนปีกผีเสื้อ สั่นเบาๆ ลูกตากลิ้งอยู่ใต้เปลือกตา เห็นได้ชัดว่ากำลังแกล้งหลับ
เขายังอยากเดินต่อไปแบบนี้กับเจียงเซี่ยนตลอดชีวิต ทว่าระหว่างเขากับนางยังมีความแตกต่างและความขัดแย้งมากขนาดนั้น เขาจึงไม่อยากให้เจียงเซี่ยนมีเรื่องปิดบังเขา
นั่นมีแต่จะทำให้ระหว่างพวกเขายิ่งเดินก็ยิ่งห่าง
หลี่เชียนครุ่นคิดเล็กน้อยและตัดสินใจ
เขาเขย่าไหล่ของเจียงเซี่ยนเบาๆ และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นเจ้าก็คุยเป็นเพื่อนข้าเถอะ…ข้าถูกเจ้าปลุกแล้ว ก็นอนไม่หลับชั่วขณะเช่นกัน”
เจียงเซี่ยนรู้สึกเสียใจ
นางไม่สนใจเรื่องแต่งงาน แต่เห็นท่านป้าสะใภ้ใหญ่กับเมิ่งฟางหลิงดูหัวหมุน นางก็จินตนาการได้เช่นกันว่าฝ่ายชายที่รับตัวเจ้าสาวจะยุ่งแค่ไหน ทว่าหลี่เชียนกลับไม่พูดอะไรต่อหน้านางแม้แต่คำเดียว ส่วนหลี่ฉางชิงก็ดีใจมาก เพียงแค่นางแสดงความเคารพออกมาโดยไม่รู้ตัวเล็กน้อยก็แทบจะยินดีควักหัวใจกับปอดออกมาให้…กว่าเรื่องงานแต่งงานจะจบไปช่วงหนึ่งก็ไม่ง่ายเลย หลี่เชียนกำลังนอนหลับฝันดี แต่กลับถูกนางป