ายของตนเองให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตนเองได้ และอยากจะให้เวลาเดินเร็วขึ้นในทันใด ทำให้เขากับเจียงเซี่ยนได้กอดกันแน่นและแก่ขึ้นไปด้วยกันแบบนี้
“เป่าหนิง!” เขาเรียกชื่อเล่นของเจียงเซี่ยนเบาๆ และอดไม่ได้ที่จะจรดริมฝีปากลงที่ขมับ บนแก้ม และมุมปากของเจียงเซี่ยน
แน่นอนว่าเจียงเซี่ยนรู้ว่าเขาจะทำอะไร
นางคิดว่าตนเองมีชีวิตอยู่มายี่สิบห้าปีแล้ว อายุมากกว่าหลี่เชียนในตอนนี้เสียอีก และเคยผ่านเรื่องราวมามากมายแล้ว ก็น่าจะนัวเนียกับหลี่เชียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ความจริงเพียงแค่หลี่เชียนจุมพิตใกล้ปากนางอย่างยากที่จะควบคุมความรู้สึกของตนเองได้ นางก็ประหม่า ลนลาน และหวาดกลัวจนตัวสั่นไม่หยุดแล้ว ในสมองเหนียวจนเหมือนโคลนที่เหนียวหนืด ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรดีด้วยซ้ำ
ทว่าหลี่เชียนกลับอึ้งไปเล็กน้อย
เด็กสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา เหมือนแมวที่ตกใจ ตัวสั่นไม่หยุด แต่กลับแสร้งทำเป็นเยือกเย็นและไม่หลบเลี่ยง…นี่ทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่เขาเจอเจียงเซี่ยน
เป่าหนิง…กำลังกลัวใช่หรือไม่?
เขาเคยรับปากคนในครอบครัวของนางว่า จะไม่ล่วงเกินนาง แต่ตอนนี้เขากลับวิ่งไปในทิศทางตรงข้ามอย่างบ้าคลั่งตลอดทาง ทว่าเด็กสาวของเขากลับให้อภัยเขาและให้ท้ายเขาเหมือนแต่ก่อน…
เวลานี้หลี่เชียนทั้งดีใจและเสียใจ
ดีใจที่เป่าหนิงชอบเขามากจริงๆ
และเสียใจที่เขาทำให้นางผิดหวัง
“ข้าไม่ดีเอง!” เขาหยุดได้ทันเวลา ริมฝีปากอันอบอุ่นหยุดอยู่ที่มุ