มปากของนาง “เจ้าไม่ต้องกลัว! ข้าแค่อยากกอดเจ้าเท่านั้น” เสียงของเขาเบา นุ่มนวล และหนักแน่น “ข้าจะไม่ทำสิ่งที่เกินเลยกว่านี้”
นี่ยังไม่เรียกว่าเกินเลยหรือ?
เจียงเซี่ยนหน้าแดงมาก รู้สึกว่าเวลานี้ตนเองพูดอะไรก็เหมือนจะไม่เหมาะทั้งนั้น จึงก้มหน้าลงและไม่เอ่ยสิ่งใด
หลี่เชียนรักษาสัญญาและเพียงแค่กอดนางอย่างเงียบๆ จริงๆ…เพียงแต่กอดนานไปหน่อย จนถึงตอนเย็นหญิงรับใช้ถือท่อนไม้ที่มัดเหล็กง่ามเอาไว้เสียบโคมไฟที่อยู่บนชายคาลงมา จุดเทียน และแขวนขึ้นไปใหม่ ส่องสว่างขั้นบันไดหินสีเทาใต้ชายคา หลี่เชียนถึงจะปล่อยนาง และเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “เมื่อครู่ตอนที่ข้ากลับห้องได้ยินคนบอกเจ้าว่าท่านพี่เตือนเจ้าว่าพรุ่งนี้กลางยามเฉินกลับไปเยี่ยมญาติที่บ้านฝ่ายหญิง พรุ่งนี้พวกเราต้องตื่นตั้งแต่ต้นยามเหม่า วันนี้เจ้าก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วเช่นกัน ข้าให้เด็กรับใช้ตักน้ำร้อนเข้ามาให้เจ้าแช่เท้าสักหน่อยดีหรือไม่? เดี๋ยวเจ้าจะได้หลับสบาย”
เขาไม่พูด เจียงเซี่ยนก็ยังไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าของร่างกาย พอเขาพูดแบบนี้ ทั้งร่างของเจียงเซี่ยนต่างก็ร้องตะโกนว่าเหนื่อยล้า
นางพยักหน้า และเอ่ยเบาๆ ว่า “ขอบคุณมาก”
แต่หลี่เชียนได้ยินแล้วกลับเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ต่อไปพวกเราเป็นคนในครอบครัวแล้ว ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น”
นี่มันอะไรกันน่ะ?
ทว่าถูกเขาเอ่ยแทรกแบบนี้ นางก็กลายเป็นอารมณ์ดีขึ้นมากในทันใด
นางอดที่จะหัวเราะไม่ได้ และเอ่ยว่า “ใ