งสะลืมสะลือ
หลี่เชียนหัวเราะเบาๆ ข้างหูนาง และเอ่ยว่า “ข้าไม่เหนื่อย เจ้ารีบนอนเถอะ! ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้ายังไม่ทันได้นอน ก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว…”
วันนี้ญาติที่อยู่ใกล้จะกลับบ้านหมด ดังนั้นอาหารเย็นของวันนี้จึงจะเร็วกว่าปกติ
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “อืม” และไม่นานก็เข้าสู่ดินแดนแห่งความฝัน
หลี่เชียนเห็นนางนอนอย่างไร้ซึ่งการป้องกัน แล้วก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้
ทว่าหัวเราะไปแล้วก็กลับใจอ่อน
เป่าหนิงต้องไว้ใจเขาแค่ไหน ถึงนึกจะนอนก็นอนแบบนี้ได้
อย่างที่บิดาของเขาเอ่ย เขาต้องดีกับเป่าหนิงหน่อยถึงจะถูก
เป่าหนิงจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเพื่อเขา มายังซานซีคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว โดยไม่รู้จักใครทั้งนั้น…
หลี่เชียนคิดแล้วก็รู้สึกสงสารและเห็นใจขึ้นมาทันที จนเขาอดไม่ได้ที่จะหอมแก้มของเจียงเซี่ยน
แก้มของเจียงเซี่ยนลื่นและอุ่นๆ ทำให้เขานึกถึงไข่ไก่ที่ปอกใหม่
อยากกัดสักคำจริงๆ
ความคิดของหลี่เชียนฉายวาบผ่านไป แต่ตัวกลับกัดหน้าของเจียงเซี่ยนคำหนึ่งอย่างเร็วกว่าใจ
เจียงเซี่ยนที่กำลังหลับสนิทรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างติดหน้านาง ทำให้นางรู้สึกไม่สบาย
นางส่งเสียงคราง และส่ายหน้าอย่างไม่พอใจ อยากกวนสิ่งที่อยู่บนแก้ม
หลี่เชียนได้สติทันทีเพราะสิ่งที่เจียงเซี่ยนทำ เขาหยุดได้ทันเวลาอย่างหวาดกลัว ทว่าก็เลื่อนผ่านแก้มของเจียงเซี่ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เจียงเซี่ยนขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “อืม” แล้วหันตัวไปฝังหน้ากับหน