อนที่ถูกหลี่เชียนปลุกก็งุนงงเพียงแค่ชั่วครู่และลุกขึ้นนั่งทันที
หลี่เชียนรีบพยุงนาง และเอ่ยว่า “เจ้าระวังหน่อย! ทำไมถึงลุกอย่างกะทันหันแบบนี้? ระวังจะเวียนศีรษะ”
ตอนที่เขาเข้าเวรในวัง เคยแอบดูเจียงเซี่ยน จึงรู้ว่าตอนที่นางเพิ่งตื่นคนรับใช้ข้างกายมักจะใช้ผ้าอุ่นเช็ดหน้าให้นางก่อน ให้นางได้สติอีกสักครู่ ถึงจะค่อยๆ พยุงหลังนางช่วยให้นางลุกขึ้น และสิ่งแรกหลังจากตื่นนอนก็คือป้อนน้ำอุ่นให้นางดื่มสักสองสามอึก
หลี่เชียนป้อนน้ำอุ่นให้เจียงเซี่ยนดื่มตามที่ตนเองรู้
กลับมาในเส้นทางชีวิตของตนเองอีกครั้ง นี่ทำให้เจียงเซี่ยนรู้สึกสบายใจมาก
นางยิ้มพลางเปลี่ยนเสื้อกั๊กยาวผ้าไหมหังลายเถาคันสีแดงเข้ม ชายกระโปรงหน้าม้าเป็นลายหรูอี้สี่ลายล้อมสี่ด้านสีน้ำเงินอมเขียว และเปลี่ยนปิ่นปักผมดอกทับทิมทองฝังหยก ดอกไม้ใหญ่ที่ประดับด้วยขนนกกระเต็นสีฟ้า และไปที่โถงบุปผาของงานเลี้ยงตอนเย็นกับหลี่เชียน
จินย่วนเข้ามาจับมือของเจียงเซี่ยนอย่างสนิทสนมและอบอุ่น แล้วเอ่ยกับหลี่เชียนว่า “ท่านพี่หลี่ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านหญิงเอง ท่านก็วางใจและไปหาพวกท่านพี่เถอะ!”
ช่างร่าเริงอย่างหาได้ยาก
หลี่เชียนยิ้มพลางเอ่ยว่า “ลำบากเจ้าแล้ว” และจับมือของเจียงเซี่ยน
แอบถามความเห็นของนาง
เจียงเซี่ยนอย่างไรก็ได้
ถึงอย่างไรคนที่อยู่ในห้องนี้ก็ทำอะไรนางไม่ได้อยู่ดี
ทว่าตอนที่หางตาของนางเห็นท่าทางที่เคารพแต่ก็ไม่กล้าเข้าใกล้ของฮูหยินเหอโดยไม