ี้ยงตอนเที่ยงแล้ว พวกหม่าเซี่ยงหย่วนกับหลี่ขุยก็ลุกขึ้นบอกลา
แต่เซ่ารุ่ยกลับถูกจินไห่เทารั้งเอาไว้ และชวนเขาไปพักที่คฤหาสน์ของตนเองสองวัน
หลี่ฉางชิงยิ้มพลางหยอกพวกเขาเล่นว่า “นี่เป็นงานแต่งงานของลูกชายข้า เจ้ากลับแย่งคนกับข้าใต้จมูกข้า จะไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเกินไปแล้ว!”
เซ่ารุ่ยหัวเราะเสียงดัง
หลี่ฉางชิงกับจินไห่เทาก็หัวเราะตามไปด้วยเช่นกัน
เซ่าหยางลูกชายคนรองของเซ่ารุ่ยปรายตามองห้องข้างที่พวกสมาชิกในครอบครับที่เป็นผู้หญิงพักผ่อน และเอ่ยแทรกอย่างเสียมารยาทมากว่า “ท่านพ่อ ท่านกับท่านอาจินก็ไม่ได้เจอกันหลายวันแล้วเช่นกัน ในเมื่อท่านอาจินชวนด้วยความจริงใจ ท่านก็ไปพักที่บ้านท่านอาจินสักสองสามวันเถอะ! ข้าจะได้แสดงความกตัญญู ท่านย่าจะได้ไม่บอกว่าท่านมาไท่หยวนแล้ว กลับไม่ได้ไปไหนเลย”
เซ่ารุ่ยรู้ว่าลูกชายของตนเองกำลังอ้างเพราะอยากเจอจินย่วน แล้วก็คิดว่าจินไห่เทาตกลงเรื่องแต่งงานนี้ด้วยวาจาแล้ว ให้เด็กสองคนเจอกันสักหน่อยก็ไม่เป็นไร จึงคิดแล้วก็พยักหน้าตกลง
เซ่าหยางดีใจมาก
ทว่าผู้ติดตามของเซ่ารุ่ยกลับรีบเดินมา คารวะและรายงานว่า “ใต้เท้า ฮูหยินเฒ่ามีเรื่องสำคัญให้คนนำข่าวมาบอกท่านขอรับ”
เซ่ารุ่ยอึ้งไปเล็กน้อย และเอ่ยกับพวกหลี่ฉางชิงอย่างรู้สึกเสียใจว่า “ข้าจะไปดูหน่อยว่าเป็นเรื่องอะไร?”
ทุกคนพยักหน้า และมองตามหลังเซ่ารุ่ยเดินไปไกล เจอกับผู้ติดตามอีกคนหนึ่งของเขา แล้วถึงจะต่างคนต่างเริ่มคุยกั