ลับจับมือข้าเหมือนนิสัยเปลี่ยนไป? เจ้าคงจะไม่ได้ทำอะไรอีกใช่หรือไม่?”
“ข้าจะทำอะไรได้!” หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เห็นเจียงเซี่ยนย่นจมูก ขมวดคิ้ว และสีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงแล้ว หากไม่เกรงว่าทุกคนกำลังจับตามองพวกเขาอยู่ เขาก็อยากยื่นมือไปหยิกใบหน้าเล็กที่อ่อนนุ่มของนางมาก “เจ้าคิดว่าข้าเป็นเทวดาหรือ? ทำได้ทุกอย่าง? อยากทำอะไรก็ได้?”
“ตอนนี้แน่นอนว่าไม่ได้!” เจียงเซี่ยนนึกถึงการใช้อำนาจบาตรใหญ่และความเย็นชาของคนๆ นี้ในชาติก่อน แล้วก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบาว่า “ต่อไปก็พูดยากแล้ว…”
ทว่าหลี่เชียนหูไวมาก จึงได้ยินชัดมาก
ถูกคนที่เขาใส่ใจมากชมเขาแบบนี้ แถมยังเต็มไปด้วยความจริงใจ หลี่เชียนก็ยิ้มออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เขาทนไม่ไหว จึงมองไปรอบด้าน เมื่อไม่เห็นใครมองพวกเขาอยู่ จึงลูบศีรษะของเจียงเซี่ยนอย่างเร็วมาก และก้มลงไปเอ่ยข้างหูนางว่า “เด็กดี! เดี๋ยวพวกเรากลับห้องเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว เจ้าอยากให้ข้าทำอะไรข้าจะก็ทำ…”
เจียงเซี่ยนถูกเขาลูบก็หน้าแดงก่ำทั้งหน้า และรีบมองไปรอบๆ พอรู้สึกว่าไม่มีใครสังเกตเห็นสิ่งที่พวกเขาทำ ถึงจะถอนหายใจยาวเหยียด และตวาดด่าหลี่เชียนเบาๆ ว่า “หากเจ้ากล้าเสียมารยาทกับข้าอีก ข้าจะไม่เกรงใจเจ้า!”
หลี่เชียนหัวเราะอย่างเงียบๆ
เจียงเซี่ยนยืดตัวตรง และเดินไปข้างหน้าสองสามก้าวอย่างแน่วแน่ ทิ้งหลี่เชียนไว้ข้างหลัง
หลี่เชียนไม่กล้าแหย่นางอีก และรีบตามไปอย่างจริงจัง
กินเล