ยิ้มและเอ่ยตามหลี่ฉางชิงว่า “ดังนั้น…ตอนนี้จงเฉวียนก็ยังไปจากท่านไม่ได้”
“นั่นก็จริง!” หลี่ฉางชิงมองชายหญิงที่เหมาะสมกันมากเหมือนชายหญิงที่ทั้งมีความสามารถและรูปงาม แล้วก็รู้สึกอยากทำอะไรบางอย่าง
หลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนกำลังยกน้ำชาให้หลี่ขุย
หลังจากหลี่ขุยยกถ้วยชาก็ไม่รู้ว่าพูดอะไรกับเจียงเซี่ยน เจียงเซี่ยนยิ้มและตอบเขาสองสามคำ แต่เขากลับยิ่งพูดก็ยิ่งสนใจ จนถือชาถ้วยนั้นอยู่ในมือตลอด และไม่มีแม้แต่เวลาดื่มสักอึก เจียงเซี่ยนกับหลี่เชียนจึงจำเป็นต้องยืนฟังเขาพูดอยู่ตรงนั้นตลอด
หลี่ขุยมาจากตระกูลจิ้นซื่ออย่างชอบธรรม แต่ไหนแต่ไรมาก็ถ่อมตนและสุภาพกับแม่ทัพอย่างพวกเขาเพียงแค่ภายนอก ส่วนหูอี่เหลียงนั้นปฏิเสธที่จะมาร่วมงานเลี้ยงที่ญาติของทั้งสองฝ่ายพบกันเป็นครั้งแรกในวันรุ่งขึ้นทันทีด้วยว่าไม่ใช่วันหยุด และศาลาว่าการมีงาน นี่ก็เพราะอาศัยชื่อเสียงของท่านหญิง ตระกูลหลี่ถึงจะเชิญหลี่ขุยมาเป็นพ่อสื่อและเชิญฮูหยินของหลี่ขุยมาเป็นเฉวียนฝูเหรินได้
ไม่รู้ว่าท่านหญิงคุยอะไรกับเขาบ้าง? ถึงทำให้เขาดูเหมือนอยากจะหยุดแต่ก็หยุดไม่ได้
หลี่ฉางชิงเป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็ว พอเกิดความคิดแบบนี้ ก็ทิ้งเกาฝูอวี้และเข้าไปหาทันที
ได้ยินเพียงหลี่ขุยเอ่ยว่า “…พูดถึงข้าก็ออกมาจากเมืองหลวงเกือบสิบปีแล้ว ทุกครั้งที่กลับเมืองหลวงไปรายงานการปฏิบัติงานก็มักจะรีบไปรีบมา ส่วนท่านอาจารย์ก็ยุ่งเช่นกัน ปีที่แล้วยังเคยเจอกันครั้ง