เดียว ตอนนี้คิดดูแล้ว อีกไม่นานก็เป็นวันเกิดอายุสี่สิบปีของท่านอาจารย์ ข้าควรจะส่งของขวัญไปถึงจะถูก”
หลี่ฉางชิงได้ยินก็อดที่จะเอ่ยอย่างแปลกใจไม่ได้ว่า “ท่านหญิงรู้จักอาจารย์ของใต้เท้าหลี่หรือ?”
หลี่ขุยยิ้มพลางพยักหน้า และวางตัวสนิทสนมกับหลี่ฉางชิงขึ้นไม่น้อย “อาจารย์ของข้าเคยสอนท่านหญิง!”
หลี่ฉางชิงตกใจมาก และเอ่ยว่า “ท่านหญิง ในวังพวกนักปราชญ์เป็นคนสอนหนังสือหรือ?”
ในวังหิ้วใครก็ได้ก็เป็นบัณฑิตจากสำนักฮั่นหลินทั้งนั้นไหม?
เจียงเซี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย และเอ่ยว่า “อาจารย์ของใต้เท้าหลี่คือจั่วอี่หมิง เวลานี้รับราชการอยู่ที่กองพิธีการ ความรู้ไม่เลว ลายมือสวยมาก เดิมทีไทฮองไทเฮาอยากให้เขาสอนข้าเขียนหนังสือ เสียดายที่ท่านลุงคิดว่าลายมือของเขาแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวเกินไป ไม่ค่อยเหมาะกับผู้หญิง บวกกับเขาต้องสอน ‘หลุนอวี่[1]’ ให้ฝ่าบาท และยังต้องเรียบเรียง ‘หนังสือพงศาวดาร’ ใหม่อีก ไม่ว่างจริงๆ ไทฮองไทเฮาจึงเชิญสยงจวิ้นหรงมาสอนข้าเขียนหนังสือ”
ความจริงไทฮองไทเฮาเชิญหูอี่หมิงมาสอนนางเขียนหนังสือแล้ว แต่เฉาไทเฮากลับรู้สึกถูกใจความรู้ของหูอี่หมิง จึงให้หูอี่หมิงไปสอน ‘หลุนอวี่’ ให้จ้าวอี้ หูอี่หมิงกล้าปฏิเสธที่ไหน ปรากฏว่ากำลังไม่พอ รับมือทางนี้ ทางนั้นก็เกิดปัญหาอีก ยุ่งจนไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ ไม่นานไทฮองไทเฮาก็รู้เข้า ไทฮองไทเฮาโกรธจนตัวสั่น จึงเรียกสยงจวิ้นหรงหัวหน้า อาจารย์ของจ้าวอี้มา