่เชียนเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก จึงอยากคลุมตนเองให้มิดชิดขึ้น แล้วก็รู้สึกว่าตนเองทำแบบนี้เหมือนร้อนตัว จึงเปิดผ้าห่มที่อยู่บนศีรษะ และหมุนตัวหันหลังให้หลี่เชียน แล้วเอ่ยอย่างไม่ชัดเจนว่า “ทำไมเจ้าถึงพูดมากขนาดนี้ รีบนอนสิ!”
หางเสียงนั้น ทั้งขึ้นและยาว เหมือนกำลังอ้อน
หลี่เชียนอดที่จะหัวเราะอย่างเงียบๆ ไม่ได้
เป่าหนิง…คงเขินกระมัง?
เขามองผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวเจียงเซี่ยนอย่างยุ่งเหยิง แล้วนึกถึงท่าทางเรียบร้อยตอนที่เจียงเซี่ยนเพิ่งขึ้นเตียง…นี่ถึงจะเป็นนิสัยที่แท้จริงของนางกระมัง?
ด้วยฐานะเดิมของเป่าหนิง นางน่าจะยังไม่เคยพับผ้าห่มและปูเตียงเองด้วยซ้ำ คืนวันแต่งงานไม่เพียงแต่เรียกไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อที่ติดตามรับใช้ข้างกายมาช่วยนางล้างเครื่องสำอาง ทว่ายังเปลี่ยนเสื้อชั้นในด้วย เขาแต่งงานกับภรรยาแบบนี้ ต่อไปก็ลิขิตแล้วว่าอย่าหวังว่านางจะดูแลชีวิตประจำวันของเขาได้เลย
แต่ไม่รู้ทำไม ตอนที่เขาคิดแบบนี้ ก็รู้สึกมีความสุขเช่นกัน
หรือเป็นเพราะเขาชอบนางแบบนี้ แม้แต่พวกความเสียดายเล็กๆ น้อยๆ ก็กลายเป็นความน่าสนใจที่มีเฉพาะนางเช่นกันอย่างนั้นหรือ?
หลี่เชียนนึกถึงครั้งแรกที่เขาเจอเจียงเซี่ยน นางเย็นชา ห่างเหิน และเย่อหยิ่ง ทว่ากลับถูกเขาค้นพบสีหน้าที่เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวโกรธเดี๋ยวแค้นเดี๋ยวเกลียดตอนที่นางแอบสอดแนมเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ…ตอนนั้นหรือเปล่า ที่เขาก็เริ่มใส่ใจนาง และมักจะคิดหาทาง อยากรู้ว่านางมองเ