…เรื่องนี้จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ความลับอะไร?
จงหมิงเหลือบมองลวี่หยางอีกครั้ง แล้วหันไปมองซั่วฮ่วน รอยขมวดคิ้วเดิมราวกับถูกมือไร้รูปปรนนิบัติ ค่อยๆ คลี่คลายลง
…ข้าคงคิดมากไปเอง!
ด้านลวี่หยาง เมื่อได้ยินก็ไม่ใส่ใจนัก
เรื่องเจินจวินกระจอกงอกง่อยพรรค์นั้น เขาฟังแล้วก็ลืมไปในอึดใจ สิ่งสำคัญกว่าคือการหลอมศาสตราวิญญาณให้สำเร็จโดยไว เสริมพลังตนเอง แล้วมุ่งหน้าสู่ภูเขาเทพหยวนฉือ
“สหายเต๋า รีบเถิด พวกเรายังต้องเดินทางไปภูเขาเทพหยวนฉือ เปิดเตาเสียที”
เมื่อถูกลวี่หยางเร่งเร้า ซั่วฮ่วนก็พยักหน้าทันใด “จงหมิง มานี่ ช่วยข้าคุมเตา ข้าจะลงเวทกระตุ้นเพลิงใต้พิภพ”
“…ขอรับ”
จงหมิงแม้มีสีหน้าลังเล ทว่าร่างกลับขยับตามคำสั่งอย่างไม่ขัดขืน เพราะในใจตนก็รู้ว่าไม่ควรให้ภารกิจสู่ภูเขาเทพหยวนฉือต้องชะงัก
ในไม่ช้า เตาเพลิงใต้พิภพก็เริ่มทำงาน
สิ่งแรกที่ลวี่หยางหยิบออกมาก็คือ กระบี่อเวจี ศาสตราวิญญาณที่ได้จากเจินเหรินมารโลหิต เช่นนี้แล้วยังมีสี่ชั้นความอัศจรรย์ รวมเข้าด้วยกันแล้วเรียกได้ว่าเป็นของล้ำค่าหายาก
หืม? สิ่งนี้คือ…
ในขณะนั้น ลวี่หยางก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาพบว่ากระบี่อเวจีเบื้องหน้าไม่รู้ด้วยเหตุใด กลับยังส่องสว่างเรื่อยมา แถมยังมีแสงโลหิตลึกล้ำผุดขึ้นตลอดเวลา
…ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในความอัศจรรย์ของกระบี่อเวจี?
ลวี่หยางระลึกครู่หนึ่ง ก็คลับคล้ายว่าชื่อ เหยียบอันตราย ตนเคยคิดว่าเป็นความอัศจรรย์ที่ดีเยี่ยม