อย่างเหนื่อยมากและหลับไปทันที
—
เช้าวันรุ่งขึ้น นางเปลี่ยนรถม้า และออกเดินทางไปไท่หยวน
ไป่เจี๋ยกับฉิงเค่อนั่งอยู่ในรถม้ากับนาง คุยเป็นเพื่อนนาง และอ่านนิยายให้นางฟัง
ผ่านไปสองสามวันเช่นนี้ ปลอดภัยมาก และไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
เจียงเซี่ยนถามฮูหยินฉีว่า “ยังอีกกี่วันจะถึงไท่หยวนหรือ”
ฮูหยินฉียิ้มพลางเอ่ยว่า “พรุ่งนี้ก็ถึงไท่หยวนแล้ว”
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าเหลือเชื่อเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ไม่มีใครมาปล้นเลยหรือ?”
ฮูหยินฉีเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เดิมทีเมืองชายแดนทางเหนือที่สำคัญทั้งเก้าแห่งก็เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ตรงด่านชายแดน คนที่ตั้งมั่นรักษาการณ์ล้วนเป็นแม่ทัพกับทหารของฐานที่มั่น เรื่องโจรท้องถิ่นกับการปล้นนั้นเดิมทีก็มีน้อยอยู่แล้ว ครั้งที่แล้วหากไม่ใช่ว่าสินสอดของตระกูลหลี่ทำให้คนอิจฉาตาร้อนจริงๆ จะมีใครเสี่ยงมาปล้น? ยิ่งกว่านั้นหลังจากครั้งที่แล้ว แม่ทัพหลี่ไม่เพียงแต่เพิ่มระดับแรงในการสังหารคน ทว่ายังปล่อยข่าวออกไปด้วยว่า ครั้งนี้หากใครกล้ามาปล้น ไม่ว่าจะปล้นสำเร็จหรือไม่ หลังจากเกิดเรื่องขึ้น เขาก็จะเล่นงานสำนักของคนเหล่านั้น เล่นงานลู่หลินซานซี แล้วจะมีสักกี่คนที่คิดไม่ตก และมาปล้นทั้งที่รู้ความร้ายกาจของแม่ทัพหลี่แล้ว แถมยังมีแม่ทัพกับทหารจากฐานที่มั่นของกองบัญชาการไท่หยวนกับกองบัญชาการซานซีคุ้มกัน? มีเงินก็ต้องมีชีวิตใช้ด้วยถึงจะถูก!”
เจียงเซี่ยนยิ้มอย่างลำบากใจ
ทว่า