วามสุขในวันนี้จะเป็นความทุกข์ในวันพรุ่งนี้หรือไม่ และความทุกข์ในวันนี้จะเป็นความสุขในวันพรุ่งนี้หรือไม่ ขอเพียงพวกเราไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีทางออกสักทาง เพียงแต่จะราบรื่นหรือวกวนเท่านั้นเอง”
เติ้งเฉิงลู่ได้ยินแล้วก็เดี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวหุบปากซ้ำกันอยู่สองครั้ง แล้วคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในทันใด จึงเอ่ยว่า “แม่ทัพหลี่พูดได้ดี เวลาที่คนตกอยู่ในสถานการณ์ที่เข้าใกล้ความสิ้นหวัง สวรรค์มักจะให้ทางออกเสมอ มีอะไรให้กังวลกัน”
คนอื่นต่างก็เบ้ปากใส่สองคนนี้ เฉาเซวียนเอ่ยว่า “ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกว่าพวกเราต่างก็อยู่ในทางตัน?”
เติ้งเฉิงลู่หัวเราะ สีหน้าฉายแววละอายใจ
เจียงลวี่หัวเราะออกมาเสียงดัง
หวังจ้านกับจินเซียวก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
บรรยากาศในห้องดีขึ้นมาชั่วขณะ
หลี่เชียนยิ้มอย่างเปิดเผยและเอ่ยว่า “แต่ข้าคิดว่าคำพูดของเติ้งเฉิงลู่มีเหตุผล ถึงแม้ฝ่าบาทอาจจะเลื่อนตำแหน่งให้ตระกูลหาน แต่ก็ยังมีอ๋องเจี่ยนอยู่ไม่ใช่หรือ? ข้าคิดว่า…หากฝ่าบาทรู้ว่าอ๋องเจี่ยนเก่งกาจมากเพียงใด และกรมวังสามารถควบคุมอะไรได้บ้างกันแน่ ฝ่าบาทอาจจะเกรงกลัวอ๋องเจี่ยนกับตระกูลหานมากกว่าก็ได้!”
พวกเจียงลวี่ต่างก็อึ้งไป
เข้าใจเจตนาของหลี่เชียนทันที
สายตาที่เจียงลวี่มองหลี่เชียนเผยความชื่นชมออกมาเป็นครั้งแรกโดยไม่รู้ตัว
การตอบสนองที่เร็วแบบนี้ และการรับมือที่เร็วมากแบบนี้ หลี่เชียนมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นลูกเขยของตระกูลเจียง