ทว่าหวังจ้านกลับรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวมาก
ที่สุดท้ายเป่าหนิงยอมตามหลี่เชียนไป ก็เป็นเพราะหลี่เชียนไม่เอ่ยว่ายอมแพ้ต่อหน้าความลำบากตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าจะเจอเรื่องที่ลำบากแค่ไหนก็จะคิดหาทางแก้ไขอย่างมีชีวิตชีวาใช่หรือไม่?
สายตาของเขามืดมนมากขึ้น
แต่จินเซียวกลับรู้สึกดีใจ
รู้สึกดีใจที่ตนเองกับหลี่เชียนต่างเป็นขุนนางท้องถิ่น จึงได้กลายเป็นพันธมิตรกัน และทำสิ่งต่างๆ ด้วยกัน
สายตาที่เขามองหลี่เชียนก็มีความร้อนเล็กน้อย
บางที…ข้อเสนอของหลี่เชียนอาจจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับจินย่วน…
เขาชวนเติ้งเฉิงลู่เอง “พวกเจ้าอยู่ที่นี่หลายวัน พรุ่งนี้ข้าจะเลี้ยงอาหารที่หอแรก ทุกคนก็อาศัยโอกาสที่จงเฉวียนแต่งงาน กินอาหารดีๆ หลายๆ มื้อ เป็นอย่างไร?”
เติ้งเฉิงลู่ยิ้มพลางมองเฉาเซวียน
เฉาเซวียนอดที่จะถอนหายใจในใจไม่ได้
ยี่สิบกว่าวันก่อนหน้านี้ พวกเขาไปเที่ยวเล่นที่หมู่บ้านที่ต้าซิงตามคำเชิญของจินเซียว ตอนนั้นพวกเขามีสักกี่คนที่รู้จักหลี่เชียนกัน? ทว่าเพียงชั่วพริบตาจ้าวเซี่ยวกลับฝูเจี้ยนแล้ว หลี่เชียนกลับยืนอยู่กับพวกเขาแทนที่จ้าวเซี่ยว…แล้วก็ทำให้พวกเขายอมรับเขาได้ในเวลาอันสั้น
“ตกลง!” เฉาเซวียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าไม่มีปัญหา” เขาพูดไปก็มองไปที่หลี่เชียนอีกครั้ง ครั้งนี้ในสายตาของเขาไม่มีความสนิทสนมอย่างที่ปฏิบัติกับผู้ใต้บังคับบัญชาอีกแล้ว ทว่ามีแต่การให้ความสำคัญกับความระมัดระวังและความรอบคอบของคู่แข