นฝางได้อย่างสิ้นเชิง จึงตอบอย่างระมัดระวังมาก
ฮูหยินฝางก็ไม่ได้คิดที่จะทำให้เด็กสาวลำบากใจ จึงให้แม่นมอวี๋พานางไปคารวะฮูหยินฉีก่อน แล้วค่อยไปหาเจียงเซี่ยน “…เป็นเด็กสาวกันทั้งคู่ ทั้งคุยกันรู้เรื่อง และเล่นด้วยกันได้ ไว้ถึงเวลารับประทานอาหาร ข้าค่อยให้คนไปเรียกพวกเจ้า”
จินย่วนขานรับอย่างนอบน้อม และไปคารวะฮูหยินฉี
พี่น้องฉีตานกับฉีซวงก็อยู่ด้วย ทั้งสองฝ่ายคารวะกันและกัน พอรู้ว่าเดี๋ยวจินย่วนจะไปพบเจียงเซี่ยน ทั้งสองคนก็ร้องจะไปด้วย “ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านหญิงกำลังยุ่งอยู่กับอะไร? พวกเราไม่ได้เจอท่านหญิงมาสองวันแล้ว”
ฮูหยินฉีหัวเราะ และเอ่ยว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปเล่นด้วยกันเถอะ ข้าจะไปดูที่ห้องครัวหน่อย”
เจียงเจิ้นหยวนพักที่กองบัญชาการต้าถง มีคนรู้ไม่มากนัก ทว่าแค่พวกคนที่รู้นี้ ก็ไม่มีใครไม่มาคารวะเจียงเจิ้นหยวน ฮูหยินฉีเตรียมใจไว้แล้ว หลายวันนี้นางจึงรักษาการณ์ห้องครัวด้วยตนเอง
ฉีตานกับฉีซวงรู้ว่าต่อให้ตนเองไปห้องครัวก็ช่วยอะไรมารดาไม่ได้อยู่ดี สู้ไปอยู่เป็นเพื่อนเจียงเซี่ยนดีกว่า จะได้ไม่ทำให้มารดาของนางห่วงหน้าพะวงหลัง
ทั้งสองคนตามจินย่วนไปที่เรือนของเจียงเซี่ยนด้วยรอยยิ้ม
เจียงเซี่ยนกำลังเก็บดอกเทียนอยู่ในลานกว้างกับเหล่าสาวใช้ พอเห็นพวกนางมา ก็ยิ้มและรับผ้าเช็ดหน้าที่เซียงเอ๋อร์ยื่นให้มาเช็ดมือ พลางเอ่ยว่า “พวกเจ้ามาได้พอดีเลย ข้ากำลังจะเด็ดพวกดอกเทียนมาตำให้เป็นน้ำใช้สำหรับ