ขอบตาชื้นเล็กน้อย และเดินเข้าไปในห้องหนังสืออย่างรวดเร็ว
“ฮูหยิน!” ฉีเซิ่งกับเจียงเจิ้นหยวนต่างลุกขึ้นยืน ส่วนเจียงหานกับเจียงจ้งที่ตามเจียงเจิ้นหยวนมาด้วยก็รีบเข้ามาคารวะฮูหยินฝาง
สายตาของฮูหยินฝางหยุดอยู่ที่เจียงเจิ้นหยวนชั่วครู่ พอเห็นว่าเจียงเจิ้นหยวนไม่ซูบผอม และแลดูสบายดี นางถึงวางใจ แล้วยิ้มพลางให้คนพยุงเจียงหานกับเจียงจ้งขึ้นมา
ฉีเซิ่งกับเจียงเจิ้นหยวนคุยกันอีกสองสามคำ พอกำหนดเวลาจัดงานเลี้ยงต้อนรับแล้วก็ลุกขึ้นจากไป ทิ้งสถานที่ไว้ให้คนของตระกูลเจียงคุยกัน
เจียงเจิ้นหยวนถามว่า “อาลวี่ล่ะ?”
ฮูหยินฝางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปไหน
แม่นมอวี๋เป็นคนตอบว่า “คุณชายใหญ่ไปบ้านแม่ทัพเซ่าเจ้าค่ะ”
ฮูหยินฝางขมวดคิ้ว “คุณชายเซ่าหยางกับแม่ทัพเซ่าอาศัยอยู่ด้วยกันหรือไม่?”
ขอบคุณพี่น้องสกุลฉี ตอนนี้ฮูหยินฝางก็รู้ชื่อเสียงอันเลวร้ายของเซ่าหยางแล้วเช่นกัน
เจียงเจิ้นหยวนได้ยินก็เอ่ยว่า “ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา เขาโตขนาดนี้แล้ว หากยังแยกแม้แต่ความถูกผิดแค่นี้ไม่ออก และควบคุมไม่ได้ ต่อไปก็จะไม่มีอนาคตเช่นกัน เช่นนั้นก็ฉวยโอกาสกลับไปพักผ่อนที่บ้านตั้งแต่เนิ่นๆ และใช้ชีวิตด้วยบุญคุณของบรรพบุรุษดีกว่า”
ฮูหยินฝางไม่พูดอะไรอีก
เจียงหานนำรายการสินเดิมที่เจียงเจิ้นหยวนเพิ่มให้เจียงเซี่ยนมาให้ฮูหยินฝาง
ฮูหยินฝางเพิ่งจะเปิดดูแวบเดียว เจียงเซี่ยนที่ได้ข่าวก็มาแล้ว
“ท่านลุง!” เจียงเซี่ยนคารวะเจียงเจิ้นหยวนด้วยรอ