เชิญลูกเขยไปดื่มชาที่โถงบุปผา ข้าจะไปเชิญท่านหญิงเดี๋ยวนี้”
หลี่เชียนขอบคุณอย่างเคารพนบนอบ และตามสาวใช้ไปโถงบุปผา
ฮูหยินฝางหันกลับไปเห็นเจียงลวี่ยืนทำหน้าขรึมอยู่ตรงนั้นไม่พูดไม่จา เหมือนไม่เห็นหลี่เชียน
“เจ้าเป็นอะไรไปอีก?” ฮูหยินฝางปวดศีรษะมาก และลูบหน้าผากพลางเอ่ยว่า “เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่ไม่ใช่หรือ? เจ้าหงุดหงิดอะไรอีก?”
ทำไมเด็กในครอบครัวของพวกนางแต่ละคนถึงเป็นแบบนี้กันหมด!
ทันใดนั้นนางก็คิดถึงเจียงหานกับเจียงจ้งที่น่าเอ็นดูและเชื่อฟังอย่างไม่มีอะไรเทียบได้
ฮูหยินฝางถามเจียงลวี่ว่า “อาหานกับอาจ้งจะมาถึงต้าถงเมื่อไร?”
เจียงลวี่เอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “ท่านพ่อบอกว่ายังมีของล้ำค่าอีกสองสามชิ้นที่จะมอบให้เป็นสินเดิมแก่เป่าหนิง พวกเขาจะตามมาพร้อมกับขบวนส่งสินเดิม และจะมาถึงก่อนงานแต่งงานอย่างแน่นอนขอรับ”
ยังคงไม่บอกชัดเจนว่ามาถึงวันไหนกันแน่
บอกก็เท่ากับไม่บอก
ฮูหยินฝางเอ่ยอย่างโมโหว่า “เจ้ายังจะกินอาหารเช้าหรือไม่? ถ้าไม่กินอาหารเช้าก็กลับไปอยู่ในห้องของตนเอง ถ้าจะกินอาหารเช้าต่อก็รีบไปกินอาหารเช้า”
เจียงลวี่ตามฮูหยินฝางเข้าไปในห้องพักผ่อนอย่างเงียบๆ
แม่นมอวี๋เพิ่งจะลากเจียงเซี่ยนออกมาจากโต๊ะ และกำลังเช็ดปากเช็ดมือให้นางอยู่
ฮูหยินฝางรู้สึกปวดตา
แต่เจียงเซี่ยนกลับรู้สึกอาย
นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองเป็นอะไรกันแน่ ต้องให้หลี่เชียนปลอบถึงจะสบายใจราวกับเด็กน้อย…นางจึงอายที่จะเจอ