หลี่เชียนเล็กน้อย
ทว่าหลี่เชียนมาแล้ว และนั่งอยู่ที่โถงบุปผา อย่างไรนางก็ทิ้งเขาไว้ที่นั่นไม่ได้
เจียงเซี่ยนโอ้เอ้อยู่พักหนึ่ง ถึงจะแสร้งทำเป็นสุขุมเยือกเย็น และรวบรวมความกล้าไปพบหลี่เชียน
หลี่เชียนส่งสัญญาณให้เจียงเซี่ยนไล่คนรับใช้ข้างกายออกไปให้หมด แล้วถึงบอกเรื่องราวทั้งหมดกับนาง
เจียงเซี่ยนได้ยินแล้วก็อ้าปากกว้างอย่างตกใจ
นางรู้ว่าจริงๆ แล้วหลี่เชียนเป็นคนเย่อหยิ่งและดื้อรั้น แต่นางคิดไม่ถึงว่าเขาจะเหิมเกริมขนาดนี้ เวลานี้ยังเป็นเพียงแม่ทัพโหยวจีที่พึ่งพาอาศัยบิดา ก็กล้าแตกหักกับเซ่ารุ่ยที่เป็นแม่ทัพของกองบัญชาการอวี๋หลินมาสามสิบกว่าปี
“จะเร็วไปหน่อยหรือเปล่า?” เจียงเซี่ยนไม่มีเวลาคิดเรื่องอายจนหน้าแดงแล้วเช่นกัน และรีบเอ่ยว่า “เจ้ายังไม่ยืนหยัดที่ซานซีก็ท้าทายเซ่ารุ่ยแล้ว หากเรื่องแดงออกมา ยอมก้มศีรษะให้เขาเป็นเรื่องเล็กน้อย กลัวแต่ว่าเจ้าจะได้ชื่อว่าโอหังอวดดีและไม่เคารพผู้อาวุโส ต่อไปเจ้าอยากทำอะไรในกองทัพก็จะกลายเป็นลำบากมาก”
อาศัยแค่ว่าหลี่เชียนเป็นลูกเขยของตระกูลเจียง หากเรื่องแดงออกมา เซ่ารุ่ยก็ไม่กล้าเอาชีวิตเขาอยู่ดี
หลี่เชียนยิ้มและเข้าไปใกล้ตรงหน้านาง แล้วเอ่ยเสียงเบาว่า “เป็นห่วงข้าหรือ?”
นี่มันคำพูดเหลวไหลไม่ใช่หรือ?!
เจียงเซี่ยนเห็นเขานิสัยเก่ากำเริบ จึงลุกขึ้นจะไป
หลี่เชียนรีบรั้งนางไว้ “เอาล่ะ เอาล่ะ อย่าโกรธเลย นี่ข้าก็อยากให้เจ้าอารมณ์ดีไม่ใช่หรือ? เจ้าวางใจเถ