งหน้าตาสวยขนาดนั้น…”
แกล้งหลอกนางอีกแล้ว
เจียงเซี่ยนเงยหน้าขึ้น และเอ่ยพลางถลึงตาว่า “ข้าสวยตอนไหน? เจ้าพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว!”
“ทำไมเจ้าถึงมักจะไม่เชื่อข้าล่ะ?” หลี่เชียนเอ่ยอย่างจนใจ พลางมองใบหน้าของเจียงเซี่ยนที่อยู่ใกล้เขามาก สายตาราวกับกลายเป็นมือที่มองไม่เห็น ลูบผ่านทีละอย่างจากแก้มที่ผิวเนียนนุ่มของนางถึงจมูกที่งดงามสูงโด่งและขนตาที่ยาวเป็นแพของนาง เสียงก็เปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำลงเช่นกัน และพึมพำข้างหูนางว่า “เป่าหนิง ครั้งแรกที่ข้าเจอเจ้าที่วังฉือหนิงก็คิดอยู่ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน? ช่างขาวจริงๆ! เหมือนตุ๊กตาหิมะ นี่หากโดนแดดแล้ว ไม่รู้ว่าจะละลายหรือไม่? ดังนั้นมีครั้งหนึ่งข้าตั้งใจไปหาเจ้าตอนเที่ยงโดยเฉพาะ เจ้าแค่ยืนอยู่บนทางเดินและถูกแสงแดดสาดส่องเพียงครู่เดียว ผิวก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู เหมือนดอกท้อในเดือนสาม ตอนนั้นข้าเสียดายมาก…แต่สิ่งที่สวยที่สุดคือจมูก สูงโด่ง งดงาม และตรง เผยให้เห็นความหยิ่งยโส ต่อให้ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ และยิ้มอย่างสุภาพเยือกเย็น ก็สามารถรู้สึกได้ถึงความทะนงตนในตัวเจ้าเช่นกัน แล้วยังผมของเจ้าที่ทั้งดำและตรง…”
เจียงเซี่ยนกระโดดออกมาและหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนแมวน้อยที่ถูกเหยียบหาง
นางยอมแพ้!
หากหลี่เชียนหน้าด้านขึ้นมา เขากล้าบอกว่าเป็นที่สอง ก็ไม่มีใครกล้าบอกว่าเป็นที่หนึ่ง
นางควรจะได้สติแบบนี้ตั้งนานแล้ว ทำไมยังพูดจาเหลวไหลไปกับเขาอีก
ความร้อนบนหน้าแผดเ