่เพราะตระกูลของพวกเรา ลุงของเจ้ากับป้าสะใภ้ของเจ้าจะได้กินดีอยู่ดี ร่ำรวย และดีกับพวกเจ้าพี่น้องขนาดนี้หรือ? พ่อที่เป็นขุนนางระดับสูงของเจ้า มีคนใหม่ก็ลืมคนเก่า เคยดูแลบ้านแม่ของเจ้าเสียเมื่อไร…”
ดวงตาทั้งสองข้างของจินย่วนราวกับจะพ่นไฟออกมา
นางสูงกว่าคุณหนูโหยวครึ่งศีรษะ จึงปิดปากคุณหนูโหยวแล้วพยายามลากคุณหนูโหยวออกไปข้างนอก โดยลากไปก็ยังขอโทษพวกเจียงเซี่ยนด้วยรอยยิ้มแข็งทื่อไปด้วย “ขออภัยเจ้าค่ะ! น้องสาวของข้าคนนี้พูดจาไม่ค่อยคิด…”
มีญาติที่ทำให้เสียหน้าตลอดเวลาแบบนี้…พวกเจียงเซี่ยนต่างก็เห็นใจจินย่วนมาก แม้แต่ไป๋ซู่ที่ไม่เคยพูดก่อนเจียงเซี่ยนในสถานที่สาธารณะก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “คุณหนูโหยวอายุยังน้อย จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำอะไรด้วยอารมณ์ไปบ้าง คุณหนูจินไม่ต้องกังวล ไว้อีกไม่กี่ปี คุณหนูโหยวผ่านอะไรมามากขึ้นแล้วก็หายแล้ว”
จินย่วนพยักหน้า และพาคุณหนูโหยวจากไป
แม่นมเมิ่งที่เงียบมาตลอดก็อดที่จะถอนหายใจไม่ได้เช่นกัน และเอ่ยว่า “มีคนประหลาดแบบนี้อยู่ทุกที่จริงๆ!”
ฉีตานกับฉีซวงก็เอ่ยว่า “คุณหนูใหญ่ตระกูลโหยวของร้านเซิ่งเซิงก็ถือว่าค่อนข้างมีชื่อเสียงที่ดีงามในต้าถงเช่นกัน ก่อนหน้านี้พวกเราก็เคยเจอสองสามครั้ง นางแลดูอ่อนโยนและสุภาพ ทุกคนพากันชื่นชม แต่วันนี้กลับเหมือนจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นคนละคน หากไม่ใช่ว่าคุณหนูจินรั้งไว้ ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรบ้าง?”
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับยันข้อศอกนั่งอยู่ข้