คนที่อยู่ในห้องส่วนตัวต่างมองออกไปข้างนอก
ผู้หญิงที่เอ่ยดูเหมือนอายุสิบห้าสิบหก สวมเสื้อคลุมยาวผ้าไหมหังไม่มีลายสีชมพู หน้าตางดงาม ผมสีดำสนิทเกล้าเป็นมวย เสียบดอกมะลิแถวหนึ่ง ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรูปร่างสะโอดสะอง ราวกับดอกดารารัตน์ที่อยู่ริมน้ำ อย่าว่าแต่ต้าถงเลย ต่อให้วางไว้ที่เมืองหลวง ก็เป็นหญิงงามอันดับต้นๆ เช่นกัน และนางสามารถเสียบดอกมะลิแถวหนึ่งในฤดูนี้ได้ ก็แสดงว่าสตรีผู้นี้ไม่เพียงแต่ฐานะครอบครัวร่ำรวย ทว่ายังได้รับความรักจากในครอบครัวเป็นพิเศษด้วย
ฉีตานกับฉีซวงลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และเรียกอย่างประหลาดใจว่า “คุณหนูโหยว”
คุณหนูโหยวหน้าตาอมยิ้ม ยิ่งแลดูงดงามขึ้นไปอีก
“คิดไม่ถึงว่าจะเจอคุณหนูฉีทั้งสองที่นี่” นางพูดไป สายตาก็จับจ้องไปที่เจียงเซี่ยน และเอ่ยอย่างลังเลว่า “หลายท่านนี้คือ…”
พี่น้องสกุลฉีกำลังลังเลอยู่ว่าจะแนะนำเจียงเซี่ยนให้นางดีหรือไม่ คุณหนูโหยวก็เดินเข้ามาแล้ว และยิ้มพลางเอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “น้องสาวคนนี้หน้าตาสวยมาก! ข้าเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงที่โดดเด่นแบบนี้เป็นครั้งแรกที่ต้าถง เจ้าเป็นญาติของตระกูลฉีหรือ? ข้าเป็นลูกสาวของตระกูลโหยวร้านเซิ่งเซิง น้องสาวมาจากสกุลใดหรือ?”
ท่าทางชื่นชมเจียงเซี่ยนมาก
เจียงเซี่ยนหมดความสนใจและเบื่อมาก
หากจะบอกว่านางเป็นคนมาสองชาติสิ่งที่ไม่ขาดแคลนที่สุดคืออะไร นั่นก็คือการประจบและเอาใจ
เจียงเซี่ยนแค่เห็นก็รู้ว่าคุณหนูโหยวผู