แต่หลังจากนางแต่งงานก็รักษาหน้าที่คอยดูแลงานบ้าน สามีเป็นอัมพาตแล้วก็ไม่ทอดทิ้ง และคอยดูแลครอบครัว…มีคำกล่าวว่าคนที่เดินทางผิดกลับตัวกลับใจได้เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากไม่ใช่หรือ นางก็ถือว่ากลับตัวกลับใจแล้วเช่นกัน…”
ฉีซวงอธิบายกับเจียงเซี่ยนโดยไม่สามารถแสดงสิ่งที่ต้องการจะเอ่ยออกมาได้อย่างถูกต้อง
เจียงเซี่ยนยิ้ม และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าไม่ได้อ่อนต่อโลกอย่างที่เจ้าคิด!”
ความจริงแล้วคนที่อยู่ต่ำสุดกับคนที่อยู่สูงสุดในสังคมมีจุดร่วมกันมากมาย พวกเขานั้นคนหนึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ อีกคนเป็นผู้หาทางรอดที่ดิ้นรนอยู่ในความยากจนของชีวิต คนแรกทำตามกฎได้ยากมากเพราะไม่มีอะไรจำกัดแล้ว ส่วนคนหลังนั้นไร้ซึ่งความสามารถจึงไม่อาจทำตามกฎได้
นางยิ้มพลางเอ่ยว่า “สุราของพวกเขารสชาติดีหรือไม่? ไม่อย่างนั้นพวกเราก็สั่งกลับไปชิมสักหน่อย?”
คำพูดไม่ถือสาแม้แต่นิดเดียว
พี่น้องสกุลฉีโล่งอก
ฉีตานเอ่ยอย่างสบายใจว่า “สุราของพวกนางไม่ดีเท่าตอนที่ลูกชายของเจ้าของร้านดูแล แต่ก็ถือว่าใช้ได้เช่นกัน ทว่าไม่ต้องซื้อกลับไปชิมแล้ว สุราของพวกนางแรงเกินไป”
เจียงเซี่ยนก็ไม่ฝืนใจเช่นกัน และสั่งให้เซียงเอ๋อร์เรียกลูกจ้างของโรงน้ำชาเข้ามาสั่งชา
มีชาหลายชนิดมาก อันที่ขายแพงที่สุดยังคงเป็นชาเขียว รองลงมาเป็นชาแดง แล้วก็ชาดำ
ตอนที่ลูกจ้างของโรงน้ำชาแจ้งชื่อชา นางพบว่าหออี้เซียนยังมีชาต้าหงเผาด้วย
เจียงเซี่ยนอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้