ี่ยนนึกถึงเหล่าหญิงสาวที่ไม่สวมแม้แต่หมวกม่านตาข่ายบนถนน แล้วก็อดที่จะใจเต้นไม่ได้ และให้คนไปถามไป๋ซู่ว่าอยากไปหรือไม่
ไป๋ซู่เอ่ยอย่างลังเลว่า “ไปได้หรือ? ต้องบอกฮูหยินฝางสักหน่อยกระมัง?”
เจียงเซี่ยนเป็นเจ้าสาวที่รอแต่งงาน ออกไปข้างนอกไม่ได้ไม่ใช่หรือ?
“ไม่ได้ตรงไหน ทุกเรื่องล้วนมีข้อยกเว้นน่า!” เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเราก็ลากแม่นมเมิ่งไปด้วยแล้วกัน?”
ชาติก่อนเมิ่งฟางหลิงเข้าวังตั้งแต่อายุสิบสาม หลังจากนั้นก็เคยไปไกลที่สุดแค่ภูเขาวั่นโซ่วเหมือนกับนาง
มีเมิ่งฟางหลิงขวางอยู่ข้างหน้าพวกนาง ต่อให้ฮูหยินฝางอยากตำหนิ ก็จะไม่โกรธมากเช่นกัน
ไป๋ซู่กับเจียงเซี่ยนไปหาเมิ่งฟางหลิง
เมิ่งฟางหลิงไม่เห็นด้วย
เจียงเซี่ยนกอดแขนนางพลางอ้อนว่า “ไปด้วยกันเถอะ! ไม่อย่างนั้นป้าสะใภ้ก็จะไม่ให้พวกเราไปเหมือนกัน กว่าพวกเราจะออกมาได้สักครั้งก็ไม่ง่ายเลย อย่างไรก็กลับไปโดยไม่รู้แม้กระทั่งว่าต้าถงหน้าตาเป็นอย่างไรไม่ได้กระมัง?”
เมิ่งฟางหลิงถูกนางกวนจนหวั่นไหว สุดท้ายก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและตอบตกลง “แต่ไปตลาดม้าไม่ได้ ที่นั่นอันตรายเกินไป ข้าเคยเห็นม้าตกใจเองกับตา”
ฉีตานอยากบอกว่าพวกนางเชี่ยวชาญการขี่ม้าและยิงธนู ทว่ากลับถูกฉีซวงรั้งไว้ และเอ่ยว่า “ก็ได้ วันนี้พวกเราก็ไปเดินเล่นในย่านการค้าเป็นเพื่อนพวกเจ้าแล้วกัน พวกเจ้ายังสามารถซื้อพวกภาพพิมพ์สักหลาดหนังแพะ กาเหล้าหนังแพะ รองเท้าหุ้มข้อขนแพะ และมีด