อันเล็กของชนกลุ่มน้อยทางเหนือกลับไปเป็นของขวัญได้ด้วย”
แต่เจียงเซี่ยนกลับคิดว่าเรื่องแบบนี้มีครั้งแรก ก็มีครั้งที่สองได้ ครั้งแรกไปไหนจึงไม่สำคัญ ถึงตอนที่ออกไปข้างนอกครั้งที่สองก็พูดง่ายแล้ว
นางรับปากอย่างเต็มปากเต็มคำ
ทุกคนไปหาฮูหยินฝางด้วยกัน
แน่นอนว่าฮูหยินฝางไม่อนุญาต ทว่าเห็นเจียงเซี่ยนมองนางพลางกะพริบดวงตาโตที่ใสแจ๋วและใสสะอาดปริบๆ นางก็ใจอ่อน และเอ่ยว่า “ไม่ใช่ว่าให้เจ้าไปซื้อของไม่ได้ แต่พวกเจ้าต้องแต่งตัวธรรมดาหน่อย พาแม่นมอวี๋กับหลิวตงเยว่ไปด้วย และให้ผู้ติดตามกับเด็กรับใช้ของพี่เจ้าตามไปด้วย”
เจียงเซี่ยนก็ไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นเช่นกัน และมีคนของเจียงลวี่ติดตามอยู่ข้างกาย อย่างกับมีทั้งผู้คุ้มกันและอันธพาล ทำไมจะไม่ยินดีที่จะทำล่ะ!
นางรับปากด้วยรอยยิ้ม
ไป๋ซู่กับเมิ่งฟางหลิงก็ดีใจมากเช่นกัน
แต่ฉีตานกับฉีซวงกลับสบตากันอย่างค่อนข้างจนใจ
ช่างกล้าได้กล้าเสียจริงๆ!
เจียงเซี่ยนแอบยิ้มและเอ่ยในใจ พลางทำเป็นมองไม่เห็น แต่ละคนต่างกลับไปเปลี่ยนการแต่งตัวให้ธรรมดาที่ห้อง และขึ้นรถม้าอย่างดีใจมาก
พอรถม้าออกจากกองบัญชาการ นางก็เลิกม่านขึ้นมองออกไปข้างนอก
วันท้องฟ้าปลอดโปร่งในเดือนห้าของต้าถง อากาศปลอดโปร่งและแจ่มใส
เจียงเซี่ยนอดที่จะสูดหายใจลึกไม่ได้ และเอ่ยกับเมิ่งฟางหลิงว่า “แม่นมเมิ่ง เจ้ากลับวังแล้วทูลไทฮองไทเฮาว่า ข้าคิดถึงไทฮองไทเฮามาก ให้ไทฮองไทเฮารักษาสุขภาพให้ดี แล้วข้าจะส่งพ