บแม่ทัพที่ดำรงตำแหน่งที่หมู่บ้านแถบชายแดนมานาน”
“ระยะทางแสนไกล สามปีถึงจะเข้าเมืองหลวงมารายงานการปฏิบัติงานสักครั้ง ขุนนางของกรมขุนนางก็มักจะเปลี่ยนชุดใหม่ไปตั้งนานแล้ว ตอนที่มารายงานที่กรมขุนนาง พวกคนที่รับผิดชอบตรวจสอบและตัดสินใจให้เจ้าไม่รู้จักว่าเจ้าเป็นใครแล้วด้วยซ้ำ คนเบื้องล่างมีความดีความชอบและผลงานเป็นของผู้บังคับบัญชา ทว่าหากเกิดความผิดพลาดของตนเองขึ้น ผ่านอุปสรรคมาหลายครั้ง อยากอาศัยผลงานในการปฏิบัติหน้าที่ย้ายกลับมาก็ไม่มีทางทำได้แล้ว จึงจำเป็นต้องใช้เส้นสายของขุนนางในเมืองหลวง แต่แม่ทัพกับทหารที่ตั้งมั่นรักษาชายแดนเสียเปรียบมากกว่าขุนนางฝ่ายบุ๋น เพราะไม่ว่าอย่างไรขุนนางฝ่ายบุ๋นเหล่านั้นก็ยังมีพวกอาจารย์ของคนที่สอบขุนนางผ่านรุ่นเดียวกัน ทว่าแม่ทัพกับทหารที่ชายแดนกลับไม่รู้จักใครสักคน ขุนนางของกรมกลาโหมก็ล้วนเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นเช่นกัน ต่อให้อยากส่งของขวัญให้ก็ส่งไปไม่ได้ และทุกครั้งที่เมืองหลวงยักยอกเงินของพวกเขาเข้ากระเป๋าตนเอง หากไม่ใช่เงินเดือนทหารก็อาวุธยุทโธปกรณ์ นี่ถึงเป็นเรื่องที่พอทำสงครามขึ้นมาก็ทำให้คนลำบากมาก…”
“ตระกูลจินจะไม่ลำบากได้อย่างไร?”
“ไม่อย่างนั้นทำไมพ่อเจ้าถึงจับต้าถง เมืองเซวียน และเมืองจี้ไว้ไม่ปล่อย?”
“ก็เพราะกลัวพวกเขาจะทำลายสามที่นี้ด้วย”
“ถึงเวลานั้นการล้อมพิทักษ์เมืองหลวงจะทำอย่างไร?”
“ตอนที่ตระกูลจินส่งจินเซียวไปเมืองหลวง พ่อเจ้าก็บอกแล้วว่า