ี! พระหงอีจากวัดถ่าย่วนเป็นพระอาวุโส หากท่านไม่เชื่อก็ถามฮูหยินฉีได้”
นางเอ่ยพลางมองไปทางฮูหยินฉี
ดวงตาอันงดงามที่สีดำและสีขาวแยกกันอย่างชัดเจน เหมือนปรอทสีดำลูกหนึ่งแช่อยู่ในปรอทสีขาว ทำให้ฮูหยินฉีตะลึงเล็กน้อย
นางอดที่จะพยักหน้าไม่ได้ และยิ้มพลางเอ่ยว่า “พระหมอยาจากวัดถ่าย่วนมีชื่อเสียงที่นี่มาก เชิญไม่ได้ง่ายๆ ฝีมือในการรักษาก็ล้ำเลิศมากเช่นกัน”
“ข้าไม่สนว่าฝีมือในการรักษาของเขาล้ำเลิศแค่ไหน” ฮูหยินฝางเปลี่ยนท่าทีจากสบายๆ ใจกว้าง และอ่อนโยนก่อนหน้านี้เป็นเอ่ยอย่างเด็ดขาดว่า “หมอหลวงเถียนตรวจชีพจรปกติให้เจ้ามาตั้งแต่เด็ก หมอหลวงเถียนบอกว่าเจ้ากินได้เจ้าถึงกินได้” นางพูดไปก็กำชับแม่นมอวี๋ว่า “เดี๋ยวเจ้าบอกพวกเด็กๆ ที่เข้าเวรในบ้านด้วยว่า ตระกูลของหมอหลวงเถียนเป็นหมอหลวงที่สืบทอดตำแหน่งมาหลายชั่วอายุคน ไม่อาจไปไหนตามใจชอบได้ เขาจึงแนะนำลูกชายของเพื่อนสนิทของเขามา คนนี้สกุลฉาง ชื่อเหริ่นตง หลังจากนี้คนที่ชื่อฉางเหริ่นตงนี้จะเป็นคนช่วยดูแลร่างกายของท่านหญิง ต่อไปท่านหญิงกินอะไรได้ กินอะไรไม่ได้ พวกเจ้าต้องถามเขา ห้ามทำตามอำเภอเองตามใจท่านหญิง เข้าใจหรือไม่?”
ทว่าสองสามประโยคสุดท้ายกลับเอ่ยให้พวกฉิงเค่อกับชีกูฟัง
คนรับใช้ในห้องย่อตัวพลางขานรับพร้อมกันว่า “เจ้าค่ะ” บรรยากาศตึงเครียดเล็กน้อย
ไป๋ซู่รีบยิ้มและเอ่ยแทรกว่า “ท่านก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้นิสัยของเป่าหนิงเสียหน่อย ท่านไม่ห้าม นางก็ชิม