เช่นกัน
และจำต้องบอกว่าเงินนี้มอบให้ท่านหญิง
ดังนั้นซุนซื่อติ่งจึงนำตั๋วเงินมาทีเดียวสองหมื่นตำลึง
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่ได้คิดที่จะเอาตั๋วเงินสองหมื่นตำลึงนี้ออกมาทีเดียวเช่นกัน
เขาคิดว่าจะลองหยั่งเชิงหลี่เชียนก่อน และลงมือไปตามสถานการณ์
แต่ใครจะรู้ว่าหลี่เชียนกลับพูดคุยกับเขาด้วยท่าทีแข็งกร้าวอย่างมาก
ซุนซื่อติ่งจึงจำเป็นต้องตัดสินใจจ่ายเงินทั้งหมด
เขาไม่เชื่อหรอกว่าหลี่เชียนจะไม่หวั่นไหว
แต่คิดไม่ถึงว่าหลี่เชียนจะไม่หวั่นไหวจริงๆ ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ไม่ยอมรับเงินสองหมื่นตำลึงนี้เอาไว้
ซุนซื่อติ่งไม่มีทางเลือก จึงจำต้องเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้าคิดว่าเจ้าไม่อาจมอบเงินก้อนนี้ให้ได้ เช่นนั้นข้าจะรอหลานสะใภ้แต่งเข้ามาแล้วค่อยว่ากัน”
หลี่เชียนยิ้มพลางพยักหน้า ทว่าในใจกลับเอ่ยว่า ‘เจ้าไม่ได้ไม่อยากมอบให้ แต่ไม่มีช่องทางก้าวเข้าไปทางประตูใหญ่ของกองบัญชาการต้าถง จึงไม่มีทางมอบให้ได้กระมัง’
ซุนซื่อติ่งไม่ใส่ใจ ทางนี้ไปไม่ได้ก็คิดหาทางอื่น และเอ่ยว่า “พูดถึงครั้งนี้พ่อเจ้าก็ใจแข็งกับเรื่องแต่งงานของเจ้ามากเลยนะ แค่สินสอดก็ทองสองพันตำลึง เงินห้าหมื่นตำลึงแล้ว…เจ้าก็รู้เช่นกันว่า เวลานี้เก็บเกี่ยวได้น้อยลงทุกปี ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยคนที่ออกปล้นสะดมชาวบ้าน สินสอดทำให้คนอยากได้ หลานชาย จะคุ้มกันเงินทองชุดนี้จากไท่หยวนมาต้าถงอย่างไรไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่อย่างนั้น…ข้าให้หลานยืมกำลังคนจำนวนหน