ึ่ง ช่วยหลานลำเลียงสินสอดชุดนี้?”
“ขอบคุณนายท่านหกซุนมาก!” หลีเชียนยิ้มพลางเอ่ยอย่างสุภาพว่า “คนที่จะคุ้มกันตอนส่งสินสอดนั้นข้าจัดไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้จึงยังไม่ขาดกำลังคน หากวันไหนทำไม่ทัน ค่อยขอให้นายท่านหกช่วยออกหน้าแล้วกัน”
หลี่เชียนเรียกซุนซื่อติ่งว่า ‘นายท่านหก’ ไม่ใช่ ‘ท่านอา’
ซุนซื่อติ่งได้ยินแล้วก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
แต่เขาก็ทำได้เพียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเท่านั้นเช่นกัน
เมื่อก่อนตระกูลหลี่เป็นโจรท้องถิ่นที่ถูกเกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนนและสวามิภักดิ์ ก็เหมือนคนที่รับใช้ในศาลาว่าการที่สร้างความดีความชอบลบล้างความผิด แม่เลี้ยงเป็นคนเลี้ยงดู จะทำอะไรหรือพูดอะไรก็ยืดตัวตรงไม่ได้ ต่อให้ล่วงเกินแล้ว ตระกูลหลี่ก็ไม่กล้าโต้เถียงกับคนด้วยเหตุผลอย่างสุดความสามารถเช่นกัน ทว่าเวลานี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตระกูลของพวกเขาแต่งสะใภ้ท่านหญิงเข้าตระกูล แถมยังเกี่ยวดองกับจวนเจิ้นกั๋วกงที่มีอำนาจมากที่สุดในราชสำนัก ต่อไปก็เป็นพระญาติอย่างสง่าผ่าเผยแล้ว เดินไปไหนคนอื่นก็ไม่กล้าเมินเฉย หากวันไหนตระกูลหลี่อยากจัดการตระกูลซุน ด้วยรากฐานของตระกูลซุน เกรงว่าจะไม่มีแม้แต่คนช่วยร้องขอความเมตตาสักคน
เขาจำต้องยิ้มพลางเอ่ยอย่างลำบากใจว่า “หลานชาย เจ้าเห็นข้าเป็นคนนอกเกินไปแล้ว คิดถึงตอนนั้นที่ข้ากับพ่อเจ้าสาบานเป็นพี่น้องกัน เจ้ายังดิ้นอยู่ในท้องแม่เจ้าอยู่เลย เพียงชั่วพริบตาเดียวเจ้าก็โตขนาดนี้แล้ว…”
หลี่เชียนฟังไปย