ายไปท่ามกลางฝูงชนบนถนนตะวันตก
เสียงของซุนจี้เหยียนดังขึ้นในรถม้า “ท่านพ่อ ไม่ราบรื่นหรือขอรับ?”
“มิใช่แค่ไม่ราบรื่น!” ซุนซื่อติ่งด่าทออย่างรุนแรงว่า “เจ้าเด็กนั่นหัวรั้นมาก ข้าชมไปเป็นกระบุง แต่เขาก็ไม่รับเงินที่พวกเรามอบให้” ซุนซื่อติ่งพูดอยู่ จู่ๆ ก็ถอนหายใจ “ใครจะรู้ว่าคนรุ่นหลังอย่างเจ้าเด็กนั้นจะเก่งกว่าคนรุ่นก่อน ไปเมืองหลวงเที่ยวเดียว กลับได้รับความโปรดปรานจากไทเฮา จนได้แต่งงานกับท่านหญิงเจียหนาน เจ้าว่า…ท่านหญิงเจียหนานนั่นคงจะไม่ได้เป็นโรคที่บอกใครไม่ได้ใช่หรือไม่? ไม่อย่างนั้นจะเกี่ยวดองกัน ก็ควรเป็นเฉิงเอินกงแต่งงานกับท่านหญิงเจียหนานสิ ทำไมถึงเป็นเขาได้? หรือท่านหญิงเจียหนานเป็นสตรีหน้าตาอัปลักษณ์?”
“ท่านพ่อ!” ซุนจี้เหยียนขมวดคิ้ว และเอ่ยว่า “ต่อให้เป็นโรคที่บอกใครไม่ได้หรือเป็นสตรีหน้าตาอัปลักษณ์ ตระกูลหลี่ได้แต่งงานกับท่านหญิงเจียหนานก็ได้กำไรแล้ว ต่อไปวงการราชการซานซี เขาก็สามารถวางอำนาจบาตรใหญ่ได้แล้ว ก่อนหน้านี้ข้าก็เคยบอกท่านว่า ตอนที่ได้ประโยชน์ก็ต้องแบ่งปันให้คนอื่นด้วย ตอนนั้นที่หลี่เชียนมาขอเงินและคนจากท่าน ท่านก็ควรจะให้ไปเล็กน้อยตามสมควร และวันนี้ก็คงจะไม่เสียหน้าถึงขนาดนี้แล้ว”
ซุนซื่อติ่งไม่เอ่ยสิ่งใด
ซุนจี้เหยียนรู้ว่าซุนซื่อติ่งเสียดายแล้ว
เขาจึงจำต้องเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ต่อไปท่านเจอตระกูลหลี่หรือเจอหลี่เชียนก็สุภาพหน่อยดีกว่า ในเมื่อหลี่เชียนไม่ยอมรับเงินข