นหนึ่งตระกูลเฉากับตระกูลเจียงจะสู้กันซึ่งๆ หน้าโดยไม่คำนึงถึงหน้าตากระมัง?
ทว่า…หลี่เชียนที่เป็นแบบนี้ทำให้เฉาเซวียนยิ่งชอบ
เขายิ้มและเอ่ยว่า “จงเฉวียนพูดเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้ข้ากับเจ้าก็เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิท เจ้าไปดำรงตำแหน่งที่ซานซีแล้วก็ไม่คิดจะติดต่อกับข้าแล้วอย่างนั้นหรือ?”
หลี่เชียนฝืนอดทนไว้ถึงไม่แสดงสีหน้าแปลกๆ ออกมา
เมื่อก่อนเขามองว่าเฉาเซวียนเป็นเพียงลูกผู้ลากมากดีที่ดูหน้าตาดี คิดไม่ถึงว่าเฉาเซวียนกลับเป็นคนฉลาดคนหนึ่ง และยังมองทุกเรื่องในใต้หล้าออกอย่างทะลุปรุโปร่งด้วย
หลี่เชียนเป็นหมากที่ตระกูลเจียงจัดไว้ข้างกายตระกูลเฉาจริงๆ ทว่ามาพูดเรื่องพวกนี้เวลานี้ยังจะมีประโยชน์อะไร?
ดังนั้นเฉาเซวียนจึงไม่เอ่ยถึงเลย
ส่วนหลังจากนี้จะเป็นมิตรหรือศัตรู ใครบอกได้ชัดเจน?
ก็ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงแล้ว
นอกเสียจากว่าตระกูลหลี่อยากกลายเป็นที่พึ่งของตระกูลเจียง ไม่อย่างนั้นก็แยกจากอิทธิพลที่เฉาไทเฮามีต่อราชสำนักไม่ได้ และหากเฉาไทเฮาอยากต่อต้านฮ่องเต้ ก็แยกจากกำลังทหารของตระกูลหลี่ไม่ได้
ในเมื่อทั้งสองตระกูลต่างไม่มีใครแยกจากกันได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือการเป็นพันธมิตร
ครั้งนี้…ไม่ใช่ตระกูลหลี่ไปพึ่งพาอาศัยตระกูลเฉา แต่ตระกูลเฉาขอร้องตระกูลหลี่
หลี่เชียนกับเฉาเซวียนต่างมองอีกฝ่ายครั้งหนึ่ง
กลับมีความสบายใจที่พอมองกันและยิ้มก็ลืมบุญคุณและความแค้นในอดีตไปจนหมดอยู่อย่างเบาบาง!
หลี่เชีย