ลงในกล่องเครื่องประดับ แล้วหยิบปิ่นปักผมไข่มุกเหอผู่ขนาดเท่าเม็ดบัวออกมาลองใส่ “ข้าก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เหมือนกัน เดิมทีนางในสองคนที่อยู่ข้างกายเป็นคนจัดหาให้”
“ต่อไปหากได้เจอ ข้าจะต้องขอคำแนะนำจากพี่สาวทั้งสองอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” ชีกูยิ้มพลางเอ่ยอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน
ทั้งสองคนคุยกันไม่หยุด
เจียงเซี่ยนหยิบเครื่องประดับที่ตนเองสนใจออกมาลองใส่และวางทั้งหมดกลับลงไปในกล่อง สุดท้ายก็สวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับอย่างเรียบๆ แล้วลุกขึ้นยืน จะไปรับประทานอาหารเช้า
ชีกูยิ้มและไปที่โถงบุปผาข้างๆ เป็นเพื่อนเจียงเซี่ยน โดยไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
ผักดอง ของว่าง และบะหมี่โจ๊กทุกแบบวางอยู่เต็มโต๊ะ
เจียงเซี่ยนยิ้มและเอ่ยว่า “นี่ก็เยอะเกินไปแล้วเช่นกัน!” นางเก็บทุกอย่างไว้เพียงคำเดียว แล้วนอกนั้นก็ให้เป็นรางวัลแก่คนอื่นหมด
เซียงเอ๋อร์เพิ่งมา ยังไม่กล้าเข้าไป จึงเป็นผู้ช่วยอยู่ข้างกายหลิวตงเยว่ ช่วยยื่นผ้าเช็ดหน้าและจัดการตะเกียบที่ใช้คีบอาหารให้แขก และติดตามหลิวตงเยว่เพื่อเรียนรู้ว่าต้องดูแลให้เจียงเซี่ยนรับประทานอาหารอย่างไร
เจียงลวี่บุกเข้ามา
บางทีอาจจะเป็นเพราะยังไม่สร่างเมา หรืออาจจะเป็นเพราะอารมณ์ เขาจึงแลดูสีหน้าไม่ค่อยดีนัก มองอาหารเช้าบนโต๊ะครั้งหนึ่ง ก็เอ่ยอย่างเซื่องซึมว่า “ตอนเช้ากินอันนี้หรือ? มีราดหน้าหรือไม่? เอามาให้ข้าชามหนึ่ง!”
ตอนเช้าใครเขากินราดหน้ากัน?
เลี่ยน
มีคนของหลี่เชียนอยู