ารมังสวิรัติทั้งหมดเหมือนกับเมื่อวาน
รสชาติบอกได้เพียงว่าพอใช้ได้ ดีที่เจียงเซี่ยนคิดว่าตนเองก็ไม่ใช่คนที่ทนความลำบากไม่ได้ จึงไม่ได้ปล่อยให้ตนเองหิวเช่นกัน
รับประทานอาหารแล้วก็เดินเล่นในห้องสองสามรอบ เจียงเซี่ยนล้างหน้าและบ้วนปากอย่างลวกๆ แล้วก็ขึ้นเตียงและนอนลง
อาจจะเพราะวันนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย นางพลิกตัวไปมา อย่างไรก็นอนไม่หลับ
เดี๋ยวก็คิดว่านางทำแบบนี้ถึงจะถือว่าฟื้นคืนชีพแล้วจริงๆ และเดินในเส้นทางที่แตกต่างจากชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง เดี๋ยวก็คิดว่าไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร หลี่เชียนจะทรยศนางเหมือนชาติก่อนหรือไม่ เดี๋ยวก็คิดว่าหลังจากนี้นางก็ไม่รู้ว่าจะช่วยหลี่เชียนได้หรือไม่เหมือนกัน ถึงอย่างไรชาติก่อนกับชาตินี้ก็มีหลายเรื่องที่ไม่เหมือนกันแล้ว เดี๋ยวก็คิดว่ากลับถึงเมืองหลวงแล้ว ควรจะอธิบายเรื่องนี้กับไทฮองไทเฮาอย่างไรดี…ในสมองเหมือนโคมขี่ม้า อยากพักก็พักไม่ได้
กว่าจะง่วงเล็กน้อยได้ก็ไม่ง่ายเลย ทันใดนั้นเสียงตะโกนว่า “จับขโมย” ก็ดังขึ้นข้างนอก
นางลุกขึ้นมานั่งอย่างตกใจ และถามหลิวตงเยว่ที่เข้าเวรอยู่นอกห้องว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
พวกนางพักอยู่ในวัดมาสองวันก็ไม่มีอะไร แต่องครักษ์ของเจียงลวี่กับผู้คุ้มกันของหลี่เชียนต่างเฝ้าอยู่นอกเรือน กลับมีขโมยขึ้นมา
หลิวตงเยว่ก็งุนงงเหมือนกัน ทว่ากลับไม่กล้าอยู่ห่างจากเจียงเซี่ยนแม้แต่ก้าวเดียว และเอ่ยว่า “มีคุณชายใหญ่กับใต้เท้าหลี่ไม่ใช่