้าเติบโตในวังตั้งแต่เด็ก ตระกูลหลี่จะซับซ้อนแค่ไหน ก็ไม่ซับซ้อนเท่าในวัง เรื่องพวกนี้คิดว่าข้าไม่สอนเจ้าเจ้าก็ทำเป็นเช่นกัน ข้าก็ไม่พูดมากแล้ว”
หลิวตงเยว่พยักหน้าติดๆ กันอย่างดีใจจนออกนอกหน้า
ท่านหญิงมอบหมายงานพวกนี้ให้เขา ก็หมายความว่าต้องการใช้งานเขา
ซึ่งก็หมายความว่า ท่านหญิงรักษาคำพูดที่จะให้เขาอยู่ข้างกายนางแล้ว
หลิวตงเยว่จึงเล่าสิ่งที่พบเจอในช่วงสองสามวันนี้ให้เจียงเซี่ยนฟัง “ท่านหญิงดูคนแม่นจริงๆ อวิ๋นหลินทำให้ข้าเดาไม่ค่อยได้ว่าเขาเป็นคนอย่างไรจริงๆ ข้ายังคิดว่าสองสามวันนี้จะพยายามหลอกถามเขา พอได้ยินท่านเอ่ยเช่นนี้ ยังดีที่ข้าไม่ทำอะไรไปโดยพลการ…”
ทั้งสองคนกำลังคุยกันสนุก เสียงฝีเท้าที่สับสนก็ดังขึ้นนอกประตู
ทั้งสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
หลิวตงเยว่อดไม่ได้ที่จะจับไม้พลองในมือให้แน่น
ทว่าจู่ๆ เสียงของเจียงลวี่กลับดังขึ้นนอกประตู “เจียหนาน วัดป่าโอสถมีขโมย เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่? รีบเปิดประตูให้ข้าเข้าไปดูหน่อย?”
เรื่องแบบนี้ควรจะเครียดมากไม่ใช่หรือ?
ทำไมในน้ำเสียงของท่านพี่กลับฟังดูได้ใจและมีความสุขกับความทุกข์ของคนอื่นอยู่อย่างเบาบางเล่า?
สมองของเจียงเซี่ยนก็แล่นเร็วมากเช่นกัน
หรือท่านพี่จะสงสัยว่าขโมยคนนั้นคือหลี่เชียนอย่างนั้นหรือ?
และสงสัยว่าตอนนี้ขโมยคนนี้ก็ซ่อนตัวอยู่ในห้องด้านในของนาง?
เจียงเซี่ยนรู้สึกปวดศีรษะ
พี่ชายดีๆ คนหนึ่งของนาง ทำไมหลังจากเจอหลี่เชียนถึงกลายเป็