ีเขียว แสงแดดที่สว่างไสวและสวยงามทะลุผ่านค้างองุ่นมาสาดลงบนตัวของเจียงเซี่ยน ใบหน้าของนางขาวสะอาดมาก สายตาสงบนิ่งและเยือกเย็น ราวกับอวี้หลานสีขาวที่บานสะพรั่งอยู่บนกิ่งไม้อย่างเงียบเชียบท่ามกลางทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิ
ความโกรธของเจียงลวี่ก็หายไปจนหมดสิ้นทันที
เขาค่อยๆ เดินไปหา และถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “เป่าหนิง เจ้าเด็กนั่นมีอะไรดี?”
ตอนที่เฉาเซวียนออกมาอ่านราชโองการ เจียงลวี่ก็รู้แล้วว่านี่เป็นสิ่งที่เจียงเซี่ยนน้องสาวของเขาเลือกเอง ไม่อย่างนั้นเฉาเซวียนก็คงจะไม่ยืนกรานที่จะพบเจียงเซี่ยนก่อนที่จะประกาศราชโองการ ไม่อย่างนั้นหวังจ้านก็คงจะไม่ส่งจ้าวเซี่ยวกลับเมืองหลวง ไม่อย่างนั้นจ้าวเซี่ยวก็คงจะไม่บอกหลี่เชียนที่เขาไม่ได้สนิทสนมอะไรว่าตัดขาดความเป็นเพื่อนอย่างเด็ดขาด
ทว่าทำไมน้องสาวของเขาถึงเลือกหลี่เชียนเป็นสามี?
แม้แต่จ้าวเซี่ยวก็ถูกเลือกเพียงเพราะอายุเหมาะสมกับน้องสาวของเขาเช่นกัน…แล้วหลี่เชียนเอาอะไรมาเทียบกับจ้าวเซี่ยว?
สีหน้าไม่สบอารมณ์ของเจียงลวี่นั้น เหมือนเด็กที่ถูกแย่งของเล่นไป
เจียงเซี่ยงอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ นางชี้ม้าหินที่ปูเบาะรองนั่งหนาๆ เอาไว้ใต้ค้างองุ่นพลางชวนเขานั่งลง และรินชาให้เจียงลวี่ด้วยตนเอง ถึงจะค่อยๆ เอ่ยว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขามีอะไรดี?”
นี่เป็นคำพูดจากใจจริง
หากนางรู้ว่าหลี่เชียนมีอะไรดีกันแน่ นางก็สามารถหาสามีสักคนตามข้อดีของหลี่เชียนได้แล้ว
เช่นนั้น