เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงเซี่ยนตื่นมาก็เห็นเปลือกหอยสังข์วางอยู่ข้างหมอน ขนาดเท่าจอกเหล้า เปลือกสีชมพู เปล่งแสงออกมาหลากสีสัน ดูคล้ายเปลือกหอยกาบที่ขัดให้เงามาแล้ว
นางอดไม่ได้ที่จะถือไว้ในมือและชม พลางถามหลิวตงเยว่ “ของชิ้นนี้มาจากไหนหรือ?”
หลิวตงเยว่กำลังยกน้ำล้างหน้าเข้ามา พอได้ยินก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ใต้เท้าหลี่นำมาให้เมื่อคืนขอรับ เห็นท่านหลับแล้ว จึงไม่กล้าปลุกท่าน”
เปลือกหอยสังข์แบบนี้น่าจะหายากมาก
เจียงเซี่ยนถือไว้ในมือและส่องกับแสงแดด
บนเปลือกหอยสังข์มีรอยเป็นวงๆ เหมือนเคยถูกน้ำไหลเซาะ งดงามมาก
นางเอ่ยกับหลิวตงเยว่ว่า “ทำเป็นคนโทได้ชิ้นหนึ่ง น่าสนใจกว่าเครื่องเคลือบกับเครื่องดีบุกอีก”
ความรู้สึกชอบนั้นเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
หลิวตงเยว่เม้มปากยิ้ม และเอ่ยว่า “ใต้เท้าหลี่ช่างตั้งใจจริงๆ วันนี้ฟ้ายังไม่สว่างก็ตื่นแล้ว กำลังต้มน้ำแกงปลาอยู่ขอรับ! ท่านล้างหน้าบ้วนปากเสร็จแล้ว ข้าจะยกมาให้ท่านชิมสักหน่อย”
เจียงเซี่ยนพยักหน้า และวางเปลือกหอยสังข์ไว้ข้างๆ
หลิวตงเยว่รีบเก็บของไว้
เจียงเซี่ยนใช้เกลือบ้วนปาก ล้างหน้า และผูกผมอย่างลวกๆ นางกำลังรออาหารเช้าอยู่ หลี่เชียนก็ยกน้ำแกงปลาเข้ามาวางบนโต๊ะเล็กในรถม้าด้วยตนเอง
นางมองไปก็เป็นเพียงน้ำแกงถ้วยหนึ่งจริงๆ แถมต้มจนขาวมากเหมือนนมแพะ
เจียงเซี่ยนชอบของจืดชืดพวกนี้ ดื่มน้ำแกงไก่ก็ดื่มเพียงน้ำแกงถ้วยนั้นเท่านั้นเช่นกัน
นางยิ้มและขอบคุ