จไหนกันแน่” แต่มือกลับลอง ‘ตราประทับของฮ่องเต้’ ที่วางอยู่ในชั้นไม้จันทน์แดงฝาครอบแก้วเคลือบสีอย่างว่องไว ส่วนขันทีที่ฉี่รดกางเกงนั้นพูดอะไรไม่ออกตั้งนานแล้ว
เขาใจลอยเล็กน้อยในทันใด
เจียงเซี่ยนถือว่าเป็นชนชั้นสูงที่มีบรรดาศักดิ์ พระราชทานงานสมรสให้นาง ย่อมต้องใช้ตราประทับของฮ่องเต้ ทว่าหลี่เชียนกลับเป็นเพียงแม่ทัพโหยวจีระดับสามเล็กๆ คนหนึ่ง ราชโองการฉบับที่สั่งให้ฆ่าตัวตายนั้น…หากฮ่องเต้จัดการโดยเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ก็สั่งให้กรมพิธีการใช้ตราประทับที่ปกติเขาใช้กับสาส์นที่ขุนนางส่งมาก็ได้แล้ว หากจัดการโดยเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนรวม ก็ให้กรมอาญายื่นสาส์นและประทับตรา ‘พระราชโองการของฮ่องเต้’ ก็ได้แล้ว ครั้งนี้หลี่เชียนติดต่อกับเจียงเซี่ยนได้ ก็ถือว่าได้เสวยสุขกับสิทธิและฐานะของชนชั้นสูงที่มีบรรดาศักดิ์และราชโองการที่ประทับ ‘ตราประทับของฮ่องเต้’ ครั้งหนึ่งแล้วเช่นกัน ไม่แปลกเลยที่ชายหนุ่มทั้งราชสำนักนี้ต่างอยากแต่งงานกับเจียงเซี่ยน เพราะแม้แต่ตายก็ได้เสวยสุขกับระดับที่สูงกว่าคนอื่น…
เฉาเซวียนคิดถึงตรงนี้ ก็อดที่จะทำเสียงไม่พอใจออกมาไม่ได้
หากหลี่เชียนลักพาตัวเจียงเซี่ยนไปจริง การตายก็เป็นการทำให้เขาสบายด้วยซ้ำ!
ตอนที่เขามองไปที่หลิวเสี่ยวหม่านอีกครั้ง หลิวเสี่ยวหม่านหยิบตราประทับของฮ่องเต้ออกมาแล้ว และเอ่ยกับเฉาเซวียนว่า “รีบกางราชโองการบนโต๊ะเขียนหนังสือ”
เฉาเซวียนเอ่ยว่า “อื้อ” อย่าง