สาวนีย์ ก็จำเป็นต้องใช้ตราประทับของฝ่าบาท หากตระกูลเจียงไม่ทำตาม นั่นก็เท่ากับขัดราชโองการ”
พระราชโองการเป็นทางการ มีอำนาจ และน่าเกรงขามมากกว่าพระราชเสาวนีย์
“ไม่เลว ไม่เลว!” เฉาไทเฮามองเฉาเซวียนอย่างปลื้มใจ “ในที่สุดเจ้าก็ทำเรื่องฉลาดๆ แล้ว”
เฉาเซวียนเหงื่อออกบนหน้า
พลางคิดว่าหากวันหนึ่งท่านรู้ว่าข้าทำอะไรไปบ้างกันแน่ ก็อย่าฉีกข้าแล้วกัน
ทว่าไทฮองไทเฮากับป้าของเขาไม่ลงรอยกันมาตลอด คงจะไม่บังเอิญขนาดที่เขาเพิ่งจะทำเรื่องที่ผิดต่อท่านป้าก็ถูกจับได้ทันทีใช่หรือไม่?
เฉาเซวียนรีบกลับเมืองหลวง
ตอนที่เขาขอพบไทฮองไทเฮา ไทฮองไทเฮากำลังรับประทานอาหารเที่ยงกับไทฮองไท่เฟย
พอได้ยินนางในรายงานก็อดที่จะมองท้องฟ้าข้างนอกไม่ได้ และเอ่ยอย่างงุนงงว่า “ตอนนี้หรือ?”
นางในรีบพยักหน้า และเอ่ยว่า “เฉิงเอินกงบอกว่า มีเรื่องด่วนมาพบไทฮองไทเฮา ไม่ว่าอย่างไรก็ขอให้ไทฮองไทเฮาพบเขาสักครั้งเพคะ”
เวลาเข้าเฝ้าแทบจะไม่มีการอ้างแบบนี้ ไทฮองไทเฮาพลันคิดถึงเจียงเซี่ยนที่ยังไม่กลับวัง และรู้สึกร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อยทันที จึงวางตะเกียบลงและไปที่ตำหนักข้าง
เฉาเซวียนกำลังหมุนตัวไปมาอยู่ที่ตำหนักข้าง พอเห็นไทฮองไทเฮาก็วิ่งไปหาทันที และเอ่ยกับไทฮองไท่เฟยที่มาด้วยกันว่า “ไทฮองไท่เฟยได้โปรดช่วยเฝ้าประตูให้พวกเราด้วย ข้ามีเรื่องจะคุยกับไทฮองไทเฮาตามลำพังขอรับ”
สีหน้าของผู้อาวุโสทั้งสองต่างเปลี่ยนไป แล้วไทฮองไท่เฟยก็พาคนที่ติดตา