มรับใช้ข้างกายออกไปโดยไม่ถามอะไรแม้แต่คำเดียว
เฉาเซวียนประคองไทฮองไทเฮานั่งลงบนเตียงอรหันต์ของตำหนักข้าง แล้วถึงหยิบพระราชเสาวนีย์ของเฉาไทเฮาออกมา และเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายวันนี้ให้ไทฮองไทเฮาฟัง
ไทฮองไทเฮาได้ยินก็เกือบจะเป็นลม
เฉาเซวียนตกใจเป็นอย่างมาก และอดที่จะเสียใจไม่ได้ที่ตนเองทำอะไรบุ่มบ่ามเกินไป ไม่ได้คำนึงว่าไทฮองไทเฮาอายุมากแล้ว รับเรื่องที่สะเทือนจิตใจไม่ได้ จึงรีบเรียกเมิ่งฟางหลิงเข้ามา และให้ไทฮองไทเฮากินยาเม็ดที่ทำให้สบายใจและบำรุงตับ
ไทฮองไทเฮาหลับตาพักผ่อนครู่หนึ่ง แล้วไล่เมิ่งฟางหลิงออกไป และถามเฉาเซวียน “เจ้าหมายความว่า เวลานี้ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเจียหนานหนีตามหลี่เชียนไปหรือถูกหลี่เชียนลักพาตัวไปกันแน่ แต่คนสกุลเฉากลับจะยืนกรานว่าเจียหนานหนีตามหลี่เชียนไป เจ้าจึงอยากไปด้วยตนเอง โดยให้ข้าเขียนราชโองการให้เจ้าสองฉบับ หากเจียหนานหนีตามหลี่เชียนไปก็พระราชทานงานสมรส หากเจียหนานถูกหลี่เชียนลักพาตัวไป ก็สั่งให้หลี่เชียนฆ่าตัวตาย หมายความเช่นนี้ใช่หรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เฉาเซวียนยังไม่รู้ว่าไทฮองไทเฮาคิดอย่างไร ทว่าเพื่อประหยัดเวลาและเพื่อแสดงความจริงใจ จึงแสดงไพ่ตายของตนเองกับไทฮองไทเฮา เขารู้สึกร้อนอกร้อนใจมากอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเอ่ยอย่างระมัดระวังมากว่า “ไทฮองไทเฮา ไม่ว่าอย่างไรกระหม่อมก็เห็นเจียหนานมาตั้งแต่เล็ก พูดถึงกระหม่อมยังเป็นพี่เขยของนางด้วย บุญคุณความแค้น