เฉาเซวียนมองต้นไม้ใบหญ้าในลานบ้านอย่างเหม่อลอยไปพักหนึ่ง ไป๋ซู่ถึงเดินมาโดยห้อมล้อมไปด้วยเหล่าสาวใช้และแม่บ้านอย่างแน่นหนา
ไป๋ซู่สวมเสื้อคลุมยาวลายเปี้ยนตี้จินและลายคนโทสีบานเย็น ทาแป้ง ทาปาก ผมสีดำสนิทเกล้าเป็นมวยทรงก้นหอยคู่ ปักปิ่นทองที่ฝังอัญมณีนานาชนิดและดอกไม้ใหญ่ที่ประดับด้วยขนนกกระเต็นสีฟ้า แต่งตัวสีสันสดใสและงดงามมาก แต่กลับยากที่จะปิดบังความกลัดกลุ้มบนหน้าได้
หลังจากสาวใช้นำชากับของว่างมาให้แล้ว นางก็ไล่คนรับใช้ข้างกายออกไปหมด และเอ่ยเสียงเบาด้วยสีหน้ากังวลว่า “เป่าหนิงนาง…” นางยังพูดไม่จบแม้แต่ประโยคเดียวก็น้ำตาคลอเบ้าแล้ว “หลายวันนี้ข้านอนไม่หลับด้วยซ้ำ” นางพึมพำว่า “พอหลับตาก็นึกถึงภาพที่พวกเราเจอกันครั้งแรก และเจียหนานยัดถั่วปากอ้าใส่ปากข้า…”
เรื่องที่เจียงเซี่ยนหายตัวไป นางไม่ได้บอกแม้กระทั่งบิดามารดาของตนเอง
ส่วนพวกคนที่ตามไปรับใช้นั้น ก็อ้างว่าจะแต่งงานแล้ว และกักตัวพวกนางทั้งหมดให้ทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่ในเรือนของตนเอง
นางทั้งตกใจทั้งกลัว และอึดอัดมาก พอเจอคนที่รู้เรื่องจึงพูดมากกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว
เฉาเซวียนขมวดคิ้ว
เขามองออกว่า ไป๋ซู่เป็นห่วงเจียงเซี่ยนอยู่จริงๆ
ทว่าในเมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมตอนที่เจียงเจิ้นหยวนถามทุกคนนางกลับไม่พูดอะไรเลย?
ไป๋ซู่คิดว่าหลี่เชียนเป็นคนที่เหมาะสมกับเจียงเซี่ยนอย่างนั้นหรือ?
เช่นนั้นเจียงเซี่ยนหนีตามหลี่เชียนไป ก็สมใจทั้งสองคนพอดีไม่ใ