งอยู่กับหลี่เชียนจริงๆ ก็ต้องถูกหลี่เชียนลักพาตัวไปอย่างแน่นอน!”
เฉาเซวียนไม่เชื่อคำพูดของนาง เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ และซักถามนาง “เจ้ามีหลักฐานอะไร?”
ไป๋ซู่หน้าแดงขึ้นมาทันที และอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นานมากก็ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เฉาเซียนคิดว่าไป๋ซู่อาจจะปิดบังเรื่องของเจียงเซี่ยนกับหลี่เชียน พอเห็นนางเป็นแบบนี้จึงไม่ค่อยสบอารมณ์ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างว่า “ตอนนี้มันยามไหนแล้ว เจ้ายังทำเป็นเขินอายอยู่ตรงนี้ บางครั้งคำพูดประโยคเดียวก็สามารถตัดสินความเป็นความตายของคนๆ หนึ่งได้ เจ้าบอกว่าเจียหนานไม่มีทางหนีตามคนอื่นไป ทว่าเวลานี้ไม่ว่าจะเป็นเจิ้นกั๋วกงหรือจินเซียวต่างก็คิดว่าเจียหนานหนีตามคนอื่นไปแล้ว…”
ไป๋ซู่เข้าใจทันที
หากเจียงเซี่ยนไม่ได้หนีตามหลี่เชียนไป แต่ถูกลักพาตัวไปอย่างที่นางบอก การปิดบังของนางก็อาจจะฆ่าเจียงเซี่ยนได้
ไป๋ซู่กัดริมฝีปาก แล้วตัดสินใจในชั่วพริบตา และเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าชอบเจ้ามาตั้งแต่เด็ก ต่อมาเจียหนานรู้เข้า เจียหนานก็สนับสนุนให้ข้าแต่งกับเจ้า แต่ตอนนั้นไทเฮายังกุมอำนาจอยู่ และข้าคิดว่าฐานะของทั้งสองตระกูลแตกต่างกันมาก จึงไม่ให้นางเอ่ยถึงเรื่องนี้ ตอนหลังไทเฮาไปพักผ่อนอย่างสงบที่ภูเขาวั่นโซ่วแล้ว เจียหนานก็ถามข้าอีกว่ายินดีแต่งงานกับเจ้าหรือไม่ ข้าบอกว่าข้ายินดี นางจึงไปขอร้องท่านลุงเจียง และทำให้การแต่งงานของพวกเราสำเร็จ”
เฉาเซวียนมองไป๋ซู่อย่า