เรียกเฉาเซวียนมาทำไม?
หรือว่าจะสั่งสอนเขาด้วยอย่างนั้นหรือ?
แต่เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเฉาเซวียนล่ะ?
จินเซียวกับเติ้งเฉิงลู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เจียงเจิ้นหยวนก็เอ่ยแล้วว่า “ตั้งแต่เมื่อวานถึงวันนี้ เกิดเรื่องขึ้นมากมาย พวกเจ้าก็น่าจะเหนื่อยแล้วเช่นกัน ก็พักที่ห้องพักแขกที่นี่แล้วกัน เดี๋ยวข้าจะให้คนไปเรียกพวกเจ้ามารับประทานอาหารเที่ยง”
ยังหาท่านหญิงเจียหนานไม่พบ สิ่งที่พวกเขาเอ่ยก็ยังต้องรอการตรวจสอบและพิสูจน์ความจริง
นี่คงจะเป็นการกักบริเวณพวกเขาที่จวนเจิ้นกั๋วกงใช่หรือไม่?
เติ้งเฉิงลู่คิดว่าแบบนี้ดีมาก จะได้กอบกู้ชื่อเสียงของตนเองให้ตรงกับความเป็นจริง ทว่าจินเซียวกลับขลาดกลัว จึงไม่กล้าแย้งเจียงเจิ้นหยวน
ทั้งสองคนขานรับพร้อมกัน และตามเด็กรับใช้ออกไป
จวนเจิ้นกั๋วกงก่อตั้งมาร้อยกว่าปี ต้นไม้เจริญงอกงามดี กิ่งไม้และใบไม้ลู่ลงมา ทุกหนทุกแห่งล้วนเป็นต้นไม้โบราณที่ใหญ่ขนาดหนึ่งคนโอบ เรียบง่าย มีความโบราณ แล้วก็เงียบสงบ
จินเซียวถอนหายใจและเอ่ยว่า “จวนเจิ้นกั๋วกงช่างงดงามจริงๆ! ที่จวนของพวกเราพบเห็นต้นไม้โบราณที่ใหญ่ขนาดนี้ได้น้อยมาก”
เติ้งเฉิงลู่เหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงไม่ได้สนใจจินเซียว
จินเซียวก็ไม่ได้ใส่ใจเช่นกัน และถอนหายใจอยู่ตรงนั้นต่อไป “มิน่าเล่าทุกคนต่างก็อยากมาเมืองหลวง เมืองหลวงเป็นขุมทรัพย์จริงๆ แต่จวนแบบเจิ้นกั๋วกงนี้ ที่เมืองหลวงก็พบเห็นได้น้อยมากเช่นกันใช่หรือไม