่? ข้าได้ยินคนบอกว่า ตระกูลของพวกเขามีเบญจมาศสีดำอายุร้อยปีสองสามต้น เพียงแต่ตระกูลของพวกเขาไม่ค่อยชอบอวด คนมากมายจึงไม่รู้ก็เท่านั้น เดิมทีข้ายังอยากอาศัยท่านหญิงดูเบญจมาศสีดำที่มีชื่อเสียงโด่งดังสองกระถางนั้นสักหน่อย เกรงว่าตอนนี้คงไม่ได้เห็นแล้ว…”
เติ้งเฉิงลู่ยังคงใจลอยไปไกลเช่นเดิม
จินเซียวคิดว่าเติ้งเฉิงลู่เงียบๆ ทว่าสุดท้ายกลับลอบวางแผนทำร้ายเขา และเวลานี้ยังไม่อยากสนใจเขาเหมือนดูถูกเขาอีก ก็อดที่จะโกรธเล็กน้อยไม่ได้ จึงเอ่ยว่า “เฮ้” แล้วก็เอ่ยอย่างเยาะเย้ยปนประชดว่า “ซื่อจื่ออันลู่โหว เสียแรงที่ปกติข้าดีกับเจ้าขนาดนั้น นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะร้องเรียนข้าต่อหน้าเจิ้นกั๋วกง ตอนนี้เจ้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ คงจะไม่ได้กำลังวางแผนในใจว่าจะแทงข้างหลังข้าอย่างไรอีกใช่หรือไม่?”
เติ้งเฉิงลู่ได้ยินก็หัวเราะเยาะ และเอ่ยว่า “สิ่งที่ข้าเอ่ยต่อหน้าเจิ้นกั๋วกงไม่ใช่ความจริงอย่างนั้นหรือ? ข้าใส่ร้ายเจ้าสักคำหรือไม่? ข้าโกหกสักคำหรือไม่? เจ้าประพฤติมิชอบเอง ยังมาตำหนิคนอื่นที่เปิดเผยความผิดของเจ้า ข้าโตมาขนาดนี้ อ่านตำรามามากขนาดนี้ ก็ถือว่าเคยเจอคนมาไม่น้อยแล้ว ยังไม่เคยเจอคนแบบเจ้าเลย…”
คนๆ นี้ปกติไม่พูดไม่จา พอพูดขึ้นมาก็ฆ่าคนทั้งเป็นได้
จินเซียวจะเถียงก็เถียงไม่ได้ จึงทำได้เพียงเอ่ยอย่างโกรธเคืองว่า “เจ้าสมกับที่เป็นบัณฑิต ไหวพริบดี คารมคมคาย ข้าเถียงสู้เจ้าไม่ได้ พอใจหรือไม่?”
เ