ติ้งเฉิงลู่ก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่กวนอย่างไม่มีเหตุผลเช่นกัน เขาเห็นจินเซียวยอมแพ้ ไม่เพียงแต่ไม่ภูมิใจที่ชนะแล้ว กลับรู้สึกว่าตนเองยึดติดกับเหตุผลมากไปเล็กน้อย เสียมาดของบัณฑิต
“ต่อไปเจ้าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย” เขาเตือนจินเซียวอย่างหวังดี “ความขัดแย้งในครอบครัวแบบนี้ ปกติต่างคนต่างก็บอกว่าตนเองมีเหตุผล ยังดีที่ท่านหญิงเจียหนานตามหลี่เชียนไปแล้ว หากหลี่เชียนหลอกเจ้าเล่า? จะไม่เป็นการทำร้ายท่านหญิงเจียหนานอย่างนั้นหรือ!”
จินเซียวเห็นเติ้งเฉิงลู่พูดอย่างจริงใจ ความไม่พอใจในใจก็ค่อยๆ หายไปเช่นกัน และคิดว่าทั้งสองคนถูกเจียงเจิ้นหยวนสงสัยในเวลาเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นคนที่ร่วมทุกข์ด้วยกันแล้ว น้ำเสียงที่พูดจึงนุ่มนวลขึ้นไปด้วย “เรื่องนี้ยังต้องให้เจ้ามาบอกหรือ ข้าไม่มีทางที่จะช่วยหลี่เชียนเพราะคำพูดของเขาเพียงฝ่ายเดียวอยู่แล้ว แต่ข้าสืบมาแล้วว่า หลี่เชียนกับท่านหญิงเจียหนานสนิทสนมกันจริงๆ ไม่อย่างนั้นข้าจะลงมือช่วยหลี่เชียนได้อย่างไรเล่า!”
“แต่ที่เจ้าพูดก็มีเหตุผลเช่นกัน”
“ข้าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้จริงๆ!”
“ทว่าเพียงแค่ข้าคิดถึงสิ่งที่จ้าวเซี่ยวทำต่อหน้าขุนนางที่ตำหนักเหรินโซ่วในวันนั้น ข้าก็รู้สึกอึดอัดใจมาก”
“ตอนเด็กๆ ท่านพ่อเคยบอกข้าว่า บนโลกใบนี้มีคนที่มีความสามารถมากมาย แต่ทำไมมีแค่คนเพียงหยิบมือนั้นได้เข้าสำนักราชเลขาธิการและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอัครมหาเสนาบดี ได้รับบรรดาศักดิ์และ