ณ จวนเจิ้นกั๋วกง
เติ้งเฉิงลู่ยืนอยู่ตรงหน้าเจียงเจิ้นหยวนอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น และหน้าแดง นานมากก็ไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
เจียงเจิ้นหยวนลอบถอนหายใจ
ซื่อจื่อของตระกูลอันลู่โหวผู้นี้ดูสุภาพและอ่อนแอ มิน่าเล่าเวลานี้ตระกูลที่สร้างความดีความชอบต่อแคว้นถึงเพียงนี้ก็ยังหาคนที่สามารถนำทหารออกรบสักคนได้ยาก
เขาผ่อนคลายสีหน้าลงเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ดึกขนาดนี้แล้ว เจ้ามาพบข้าเพียงลำพัง นึกเรื่องอะไรที่สำคัญขึ้นมาได้หรือ?”
เติ้งเฉิงลู่กำมือที่ตกอยู่ที่ตะเข็บของเสื้อคลุมยาวแน่นจนเป็นหมัด และสูดหายใจลึกครั้งหนึ่ง แล้วถึงเอ่ยว่า “ท่านลุงเจียง ข้าคิดว่า…จินเซียวต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอนขอรับ”
เจียงเจิ้นหยวนค่อนข้างแปลกใจทีเดียว เขาค่อยๆ ตีหน้าขรึม จนสีหน้าจริงจังขึ้นมา แล้วเอ่ยอย่างจริงจังและระมัดระวังว่า “เฉิงลู่ เจ้ารู้ว่าเจ้ากำลังพูดอะไรออกมาใช่หรือไม่?”
“ข้ารู้ขอรับ!” อาจจะเพราะในที่สุดก็พูดสิ่งที่เก็บกักอยู่ในใจออกมาแล้ว และอาจจะเพราะเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว หากเขาไม่พูดให้ชัดเจน ไม่เพียงแต่อาจจะเป็นการใส่ร้ายจินเซียว ทว่ายังอาจทำให้การคิดหาทางช่วยเหลือเจียงเซี่ยนล่าช้าด้วย เติ้งเฉิงลู่นั้นนอกจากพูดให้ชัดเจน ก็ไม่มีทางอื่นให้เลือกเดินแล้ว เขากลายเป็นพูดจาคล่องแคล่วขึ้นมาทันใด “ท่านลุงเจียง ก่อนที่ข้าจะมาหาท่านก็ลังเลอยู่นานมากเช่นกัน กลัวว่าตนเองเดาผิดแล้วจะทำร้ายท่านหญิงเจี