บการซักถามหลี่เชียนมากกว่า
“ข้าเดาถูกหรือไม่?” เจียงเซี่ยนมองหลี่เชียนพลางยิ้มเยาะ
หลี่เชียนไม่เอ่ยสิ่งใด
ความโกรธในใจของเจียงเซี่ยนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับฝืนอดทนไว้ไม่ระเบิดอารมณ์ออกมา นิ้วมือที่ขาวผ่องและอ่อนนุ่มวาดไปตามดอกชาภูเขาที่ตัดเส้นด้วยผงสีทองบนขอบโต๊ะชาเบาๆ และกดไว้ แล้วเอ่ยว่า “เจ้าน่ะดูเหมือนคุยได้กับทุกคน แต่ความจริงแล้วประเมินความสามารถของตนเองสูงไปมาก! แถมยังดื้อรั้น นี่เจ้ากำลังคิดว่าไม่คุ้มที่จะโกหกต่อหน้าข้าจึงไม่อยากบอกข้าใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่!” หลี่เชียนแก้ต่างอย่างไร้เรี่ยวแรง
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับเอ่ยต่อโดยไม่ฟังด้วยซ้ำว่า “ดูเหมือนข้าจะเดาผิดจริงๆ เสียด้วย”
“วันนั้นที่เกิดเหตุมีจ้าวเซี่ยว เฉาเซวียน อาจ้าน ท่านพี่ จินเซียว และเติ้งเฉิงลู่”
“ข้าสงสัยเติ้งเฉิงลู่ เพราะเติ้งเฉิงลู่ไร้เดียงสาที่สุด และเจ้าเจ้าเล่ห์ที่สุด เขาอาจจะหลงกลเจ้าก็ได้”
“แต่เจ้าไม่ยอมรับ เช่นนั้นก็ไม่ใช่เขาแล้ว”
“แม้ข้าจะคู่กับเฉาเซวียนไม่ได้ ก็ไม่อยากสนใจเติ้งเฉิงลู่ ทว่าไม่ว่าจะเป็นเฉาเซวียนหรือเติ้งเฉิงลู่ กระทั่งจ้าวเซี่ยวเอง พวกเราต่างเป็นคนกันเอง”
“พวกเขาไม่มีทางทรยศข้าอย่างแน่นอน” เจียงเซี่ยนจ้องตาของหลี่เชียน เหมือนอยากดูให้ชัดเจนว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจกันแน่ “เช่นนั้นความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว…ก็คือจินเซียว!”
เจียงเซี่ยน…ฉลาดจริงๆ!
หลี่เชียนถอนหายใจ
เจียงเซี่ยนรู้ว่าต