้อมค้อมกับลูกชายแล้ว จึงถอนหายใจและเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้ไทฮองไทเฮาก็กำลังสืบว่า ใครเป็นคนเปิดเผยเรื่องที่เป่าหนิงเลือกสามี ต่อมาก็เกิดเรื่องที่ฝ่าบาทชักดาบออกมาแทงจ้าวเซี่ยวจนบาดเจ็บที่ตำหนักเหรินโซ่ว เจ้าคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องบังเอิญหรือ? แต่เป็นเพราะจ้าวเซี่ยวทั้งเฉลียวฉลาด และยังมีความกล้ากับความรู้ เขาสามารถทำเพื่อเป่าหนิงได้ถึงขั้นนี้ก็ถือว่าตั้งใจแล้วเช่นกัน พวกเราจึงไม่ซักไซ้เขาเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นแค่แอบบอกข่าวกับคนอื่นแต่ไม่โดนดาบนั้น หรือรู้จักแต่ยั่วยุฝ่าบาททว่าไม่รู้ว่าจะหาทางลงอย่างไร เขาก็ไม่มีทางได้เป็นลูกเขยของตระกูลเจียงของพวกเราหรอก”
“มิน่าเล่า!” เจียงลวี่เข้าใจในทันใด และเอ่ยว่า “ตอนนั้นข้าก็รู้สึกงง พวกเขาสามคนอยู่ต่อหน้าฝ่าบาทและขุนนาง เขาไม่เพียงแต่เฉลียวฉลาดทว่ายังรู้มารยาทดี แล้วเขาจะยั่วโมโหฝ่าบาทได้อย่างไร…”
เจียงเจิ้นหยวนได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจังมาก และเอ่ยว่า “อาลวี่ ต่อให้เป็นเช่นนี้ เจ้าก็ต้องจำไว้เช่นกันว่า ตระกูลจิ้งไห่โหวคือตระกูลจิ้งไห่โหว จวนเจิ้นกั๋วกงคือจวนเจิ้นกั๋วกง ต่อให้ซื่อจื่อของตระกูลจิ้งไห่โหวเป็นลูกชายของเป่าหนิง เจ้าสามารถช่วยเขาได้ ก็เพียงแค่คิดหาทางทำให้จวนเจิ้นกั๋วกงเรืองอำนาจขึ้นเท่านั้น ทำให้เอ่ยถึงสกุลเจียงแล้วผู้คนเกรงกลัว นี่ถึงจะเป็นวิธีปกป้องน้องสาวของเจ้ากับลูกชายของนางที่ดีที่สุด”
มีแต่การเกี่ยวดองที่แข็งแกร่ง